นั้นเลยหรือ?”
เมื่อคืนที่ต้านทานเกาจี้ได้ บางคนคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความบังเอิญ แต่ยามนี้เมื่อต่อกรกับซือตู๋เทียน ชายหนุ่มกลับยังคงไม่ได้รับบาดเจ็บ ทำให้ทุกคนสงสัยว่าลู่เฉินสร้างการป้องกันเช่นนี้ได้อย่างไร?
หนานเหยาและคนอื่น ๆ ต่างก็มีความสุขมาก ผิดกับดวงตาของโหย่วหลงที่เปล่งแสงสีฟ้าสว่างวาบด้วยความรู้สึกคับแค้นใจ “การป้องกันเช่นนี้…”
ซือตู๋เทียนเผยสีหน้าเคร่งขรึมทันที “เจ้าหนุ่ม ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำไป!”
“จริงหรือ?” ลู่เฉินยิ้ม ส่วนซือตู๋เทียนยังคงจ้องไปที่ลู่เฉิน “จากนี้ ข้าจะไม่ให้โอกาสเจ้าอีก!”
ครู่ต่อมา ซือตู๋เทียนก็ดูแข็งแกร่งขึ้นมาก เขาเปล่งพลังขั้นก่อกำเนิดออกมาทันที
บนสนามประลองมีเสียงฮึ่ม ๆ ราวกับว่ามีกระแสลมที่แข็งแกร่งปะทะเข้ามา
ในยามนี้เอง ซือตู๋เทียนได้ปลดผนึกและกลายเป็นขั้นก่อกำเนิดระดับต้น!
“นี่มันขั้นก่อกำเนิดระดับต้น!” ผู้คนพากันตกใจ ในขณะที่บางคนเอ่ยถามด้วยความงุนงง “เช่นนี้จะแข่งได้อย่างไร?”
ปิงหลิวหลีตะโกนขึ้นมาทันทีว่า “ไม่ยุติธรรม!”
นางคิดว่าซือตู๋เทียนผนึกขั้นพลังไว้ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายได้ปลดปล่อยผนึกของตัวเองแล้ว แน่นอนว่าปิงหลิวหลีไม่สามารถเพิกเฉยได้ และวางแผนที่จะรายงานกู่ทง
ทุกคนคิดว่ากู่ทงจะตัดสินให้ลู่เฉินชนะ …แต่กู่ทงกลับกล่าวว่า “การทะลวงขั้นระหว่างการแข่งขันไม่ถือว่าผิดกฎ!”
“อันใดนะ?” ปิงหลิวหลีรู้สึกว่าอีกฝ่ายจงใจกลั่นแกล้งลู่เฉิน
ไม่เพียงแต่