ฐานหรือไม่?”
“แน่นอน ข้าย่อมรู้ดี” ลู่เฉินกล่าว
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รู้นะ”
หลังจากเอ่ยจบ ซือตู๋เทียนก็ปล่อยปราณกระบี่ของเขาออกมาอีกครั้ง
และปราณกระบี่ในยามนี้มีพลังมากกว่าเดิมอย่างน้อยห้าเท่า!
ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนจึงมองมาที่ซือตู๋เทียน คิดว่าอีกเดี๋ยวซือตู๋เทียนคงจะฆ่าลู่เฉิน ทว่าชายหนุ่มกลับยังคงสงบนิ่ง ราวกับว่า… ไม่ว่าปราณกระบี่จะแข็งแกร่งเพียงใด มันก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับเขา!
และเรื่องที่คาดไม่ถึงก็พลันเกิดขึ้น!!!
ยามที่ปราณกระบี่เหล่านั้นกระทบกับ ‘กำแพง’ ของลู่เฉิน มันก็แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เพียงแปดสิบชั้นเท่านั้น
“ใช่แล้ว มันทำลายได้มากขึ้น” ลู่เฉินยิ้ม แต่ทุกคนกลับตกตะลึง บางคนคิดว่าพวกเขาตาพร่าจน ถึงกับต้องขยี้ตา ในขณะที่ใบหน้าของซือตู๋เทียนก็เริ่มเปลี่ยนสี เขารู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย “นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?!”
หนานเหยาที่เฝ้าดูอยู่ตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า “ท่านอาจารย์ จัดการเขาเลย!”
ในขณะที่ปิงหลิวหลีพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “นี่… ก็ต้านได้หรือ?”
โจวอวี๋และคนอื่น ๆ เผยรอยยิ้ม แต่ผู้คนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์นั้นอึ้งไปเสียแล้ว
ส่วนซือตู๋เทียนรู้สึกไม่พอใจเท่าใดนัก จึงโจมตีไปอีกหลายครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม กำแพงเกือบแปดสิบชั้นถูกทะลวงแตก แต่ส่วนที่เหลือนั้นไม่ว่าซือตู๋เทียนจะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่อาจทำลายมันได้
สิ่งนี้ทำให้กู่ทงซึ่งเป็นผู้ตัดสินรู้สึกแปล