กใจ
จนกระทั่งลู่เฉินมองไปที่ซือตู๋เทียนแล้วกล่าวว่า “เอาล่ะ ใกล้จะจบแล้ว”
จบ?
“เจ้าหนุ่ม ข้ายอมรับว่าการป้องกันของเจ้าแข็งแกร่ง แต่มันก็ใช่ว่าเจ้าจะทำอันใดข้าได้!”
หลังจากเอ่ยจบ ซือตู๋เทียนก็รวบรวมปราณ สร้างเกราะสีทองขึ้นมา ซึ่งลู่เฉินก็เพียงมองเขาด้วยรอยยิ้ม “งั้นหรือ? แต่เจ้าจำได้หรือไม่ว่ากระบี่ของเจ้ายังอยู่ในมือข้า!”
“แล้วอย่างไร?” ซือตู๋เทียนไม่สนใจ
ลู่เฉินพลันยิ้มกว้าง “เคยได้ยินเรื่องการกำจัดร่องรอยวิญญาณเพื่อเอาชนะหรือไม่?”
“กำจัดร่องรอยวิญญาณเพื่อเอาชนะ?” ซือตู๋เทียนไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร แต่ชายชราบางคนที่เฝ้าดูอยู่ที่นี่ดูเหมือนจะรู้ จึงมีคนตะโกนขึ้นมาว่า “เป็นการลบร่องรอยการขัดเกลาสมบัติวิญญาณในทันที มันจะทำให้วิญญาณเจ้าของรู้สึกทุกข์ทรมาน และถ้าลบออกจากสมบัติวิญญาณจำนวนมากในคราวเดียว วิญญาณเจ้าของก็จะได้รับบาดเจ็บสาหัส!”
ทุกคนได้ยินแล้วก็ถึงกับตกใจ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกก็เริ่มพูดถึงเรื่องนี้ทันที
ทว่าซือตู๋เทียนกลับเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา “เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถลบร่องรอยการขัดเกลาของข้าได้หรือ?”
“ลองดูก็รู้แล้ว” ลู่เฉินคลี่ยิ้ม จากนั้นก็จับกระบี่เหล่านั้น เพียงแค่เขาแตะกระบี่ กระบี่ก็ร่วงลงสู่พื้น เป็นจังหวะเดียวกับที่ซือตู๋เทียนรู้สึกว่าวิญญาณของเขาถูกบางสิ่งบางอย่างโจมตีอย่างแรง
แต่การโจมตีครั้งเดียวไม่ใช่เรื่องใหญ่ และเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียวเ