มพูดคุยกันว่าบางทีงานประลองครานี้สำนักเก้าสุขสงบอาจขึ้นนำเหนือวังเหมันต์สงัดก็เป็นได้
ทางด้านโจวอวี๋ เมื่อกลับมายังฝั่งของสำนักเก้าสุขสงบ หนานเหยาพลันถามอย่างตื่นเต้นว่า “เจ้าเท่มาก!”
ทว่าโจวอวี๋ไม่ตอบคำนาง เขาหันไปหาลู่เฉิน พยักหน้าให้อีกฝ่ายเล็กน้อย ในใจพึมพำเสียงเบา “ขอบพระคุณ ผู้อาวุโส!”
ในชั่วยามถัดจากนั้นเอง กู่ทงพลันตะโกนจากบนสนามประลองว่า “ต่อไป สำนักเก้าสุขสงบ ลู่เฉิน ประลองกับซือตู๋เทียน สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์”
ทันทีที่เปล่งคำพูดเหล่านี้ออกมา ลานเต๋าเมฆาพลันมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เพราะแม้ว่าลู่เฉินจะอยู่ในขั้นสร้างรากฐาน แต่การแสดงออกของเขาเมื่อวานนี้ก็น่าทึ่งเกินไป ทุกคนจึงอยากรู้ว่าวันนี้ลู่เฉินจะแสดงปาฏิหาริย์อีกหรือไม่
ดังนั้นเมื่อลู่เฉินลุกขึ้น ทุกคนก็มองมาที่เขา
หนานเหยาให้กำลังใจว่า “ท่านอาจารย์ สู้ ๆ นะเจ้าคะ!”
ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจและเดินไปที่สนามประลอง ส่วนซือตู๋เทียนก็มาถึงสนามประลองแล้วเช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง ขณะนี้โหย่วหลงจากวังเหมันต์สงัดกำลังมองไปยังแขนขาทั้งสี่ที่พิการของนักรบเกราะคราม และเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “เหตุใดกริชของเจ้าถึงได้หล่น?”
นักรบเกราะครามเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นเช่นกัน”
หลังได้ยินเช่นนั้น โหย่วหลงผู้นี้พลันแสดงท่าทางแปลก ๆ ออกมา ก่อนที่เขาจะมองไปทางลู่เฉินซึ่งกำลังเดินไปที่สนามประลองทีละก้าว “ชายผู้นี้ควบคุมขวดผนึกวิญญาณข