องข้าได้!”
“หรือว่าเขาจะแอบควบคุมกริชของข้าได้ด้วย?” นักรบเกราะครามเบิกตากว้าง
โหย่วหลงพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “มันน่าจะเป็นเช่นนั้น…”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักรบเกราะครามก็โกรธจัด “ให้ตายเถอะ!”
โหย่วหลงเผยสีหน้าแปลก ๆ ออกมา “ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่?!”
ยามนี้ซือตู๋เทียนจ้องเขม็งไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม คิดไม่ถึงเลยว่าเราจะได้พบกันอีก”
“ครั้งที่แล้วเจ้ารู้สึกอย่างไร?” ลู่เฉินถามซือตู๋เทียนด้วยรอยยิ้ม
ส่วนซือตู๋เทียนก็เอ่ยอย่างเย็นชาว่า “ครั้งที่แล้วข้าอนุญาตให้เจ้าใช้ค่ายกล แต่ที่นี่ไม่มีค่ายกล และยังไม่อาจมีค่ายกลได้!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เฉินก็ยิ้มออกมา “ดูเหมือนว่าเจ้าจะมั่นใจมากว่าจะจัดการข้าได้”
“ไร้สาระ จัดการกับเจ้านั้นง่ายเหมือนดื่มน้ำ!”
“โอ้? ถ้าอย่างนั้นให้ข้าดูว่าเจ้าทรงพลังแค่ไหน ราชันกระบี่ร้อยคม!” ลู่เฉินมองไปที่ซือตู๋เทียนด้วยรอยยิ้ม ซึ่งซือตู๋เทียนก็พูดอย่างเย็นชาว่า “เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าลองดู!”
หลังจากเอ่ยจบ กระบี่ทั้งร้อยเล่มก็ปรากฏขึ้นรอบ ๆ
บางคนที่เคยเห็นเป็นครั้งแรกพลันอุทานว่า “ดูสิ กระบี่ร้อยเล่ม!”
“ควบคุมกระบี่ร้อยเล่ม พลังควบคุมนี้! ไม่ธรรมดาจริง ๆ!”
“แน่นอน!”
ทุกคนรู้ว่าสำหรับคนคนหนึ่งที่จะควบคุมสมบัติวิญญาณสองสามชิ้นมันก็กินแรงพอแล้ว แต่การควบคุมกระบี่ร้อยเล่มในคราวเดียวนั้นไม่ง่ายเลยจริง ๆ
แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดก็ไม่อาจทำเช่นนี้ได้
แต่ซือตู๋เทียนกลับค