ลืนมันลงไป ส่วนสายตาก็ยังคงจับจ้องไปที่ลู่เฉิน
เขาจึงได้เห็นจังหวะที่ลู่เฉินลืมตาพลางเผยรอยยิ้ม
โหย่วหลงพลันสาปแช่งในใจว่า “เขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานเท่านั้น เหตุใดเขาจึงมีห้วงจิตวิญญาณที่ทรงพลังเช่นนี้?”
อย่างไรก็ตาม โหย่วหลงไม่เข้าใจ และตอนนี้ก็ไม่มีใครอธิบายให้เขาฟัง จึงทำได้เพียงออกคำสั่งกับเกาจี้ว่า “ไปหาคนสืบหาที่มาของชายคนนี้ให้ข้า”
“ที่มา?”
“ใช่ ตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ ยิ่งละเอียดเท่าไหร่ก็ยิ่งดี”
เกาจี้ส่งเสียงตอบรับ “ขอรับ ข้าจะจัดการเดี๋ยวนี้!”
ครู่ต่อมาเกาจี้ก็จากไป
ลู่เฉินยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปหลับตาลง และใช้ ‘วิชาหมื่นวิญญาณ’ สัมผัสสภาพแวดล้อมโดยรอบ
จนถึงวันรุ่งขึ้น
….
ท้องสว่างเจิดจ้า คนจากสำนักต่าง ๆ พร้อมที่จะเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ยังอยู่ในรายชื่อห้าสิบคนแรก พวกเขามีความกระตือรือร้นมากขึ้น พร้อมแล้วที่จะประลอง!
ส่วนคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้น ประมาณหนึ่งชั่วยามต่อมา พวกเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้ง
กู่ทงมองไปที่ฝูงชนแล้วเอ่ยว่า “ห้าสิบคนของเมื่อวาน มาจับสลาก!”
เนื่องจากกู่ทงจงใจกลั่นแกล้งลู่เฉิน ด้วยเหตุนี้คนที่ลู่เฉินต้องเผชิญหน้าในครั้งนี้จึงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากซือตู๋เทียน
ซึ่งซือตู๋เทียนก็พอใจกับผลลัพธ์เช่นนี้ เช่นเดียวกับคนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ยินดีเป็นอย่างมาก
เห็นได้ชัดว่าทุกคนรู้ภูมิหลังของซือตู๋เทียนเช่นกัน หลายคนจึงกระซิบกร