ี้มีชายในชุดเกราะสีครามยืนอยู่บนสังเวียนแล้ว และเรือนร่างของเขายังแผ่ไอเย็นที่น่าเกรงขามออกมา ดูแล้วไม่ต่างอันใดกับเกาจี้เมื่อวานนี้
ทุกคนคิดว่าโจวอวี๋ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
บางคนยังคงพูดว่า “คนผู้นี้น่าจะเป็นนักรบเกราะครามของวังเหมันต์สงัดสินะ”
“ใช่ นักรบเกราะคราม เขามีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมาก”
“แล้วคนผู้นี้จากสำนักเก้าสุขสงบ จะไม่จบเห่หรือ?”
บางคนที่ไม่พอใจกล่าวว่า “คงจะจบเห่เป็นแน่”
หนานเหยามองไปที่ลู่เฉิน “ท่านอาจารย์ คนจากวังเหมันต์สงัดผู้นั้นดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเลย”
“ไม่ธรรมดา และการป้องกันก็แข็งแกร่ง ทว่าโจวอวี๋มีรากวิญญาณคู่ ตราบใดที่ไม่ประมาท เขาย่อมสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้” คำอธิบายของลู่เฉินทำให้หนานเหยาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ทว่าปิงหลิวหลีกลับมีท่าทีเคร่งขรึมขึ้นมา “ว่ากันว่านักรบเกราะครามคนนี้สามารถสร้างการป้องกันเป็นชั้นน้ำแข็งที่ทรงพลังมาก รวมถึงใช้การป้องกันในการกักขังผู้คน ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเขาเป็นผู้ที่อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ที่รับมือได้ยาก”
“โจวอวี๋เองก็ไม่ได้อ่อนแอ” ลู่เฉินยิ้ม
ปิงหลิวหลีไม่รู้ว่าโจวอวี๋มีความสามารถเพียงใด ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงเชื่อใจลู่เฉิน และได้แต่เฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ
เมื่อกู่ทงที่อยู่บนสังเวียนเห็นว่าทั้งคู่พร้อมแล้ว เขาจึงถอยออกจากสนาม เปิดเขตป้องกันและมองไปยังคนทั้งคู่ “เริ่มได้เลย!”
นักรบเกราะครามมองไปที่โจวอวี๋อย่างเย็นชา “ยอมรับความพ่ายแพ