ยนเป็นมืดมน และในขณะเดียวกันก็มีเสียงฟ้าร้องฟ้าแลบไปทั่ว ทำให้ผู้อาวุโสเหล่านั้นตกใจจนหน้าซีดเซียว
ผู้อาวุโสจื่อยังคงร้อนรน “อาจารย์ รีบไปกันเถอะ!”
ลวี่ซ่างเพียวรีบตะโกนว่า “ถอย!”
คนเหล่านี้กลับไปทางเดิม แต่พลังของค่ายกลระดับศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายอัสนีที่ฟาดลงมา
ครืน!
สายฟ้าฟาดใส่คนเหล่านี้ บางคนที่มีพื้นฐานการฝึกฝนที่อ่อนแอพลันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน แต่พวกเขาไม่อยากตายแบบนี้ ดังนั้นบางคนจึงตัดสินใจเผากายเนื้อของพวกเขา ส่วนผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดก็ตัดสินใจบินออกไป พยายามหนีไปให้เร็วที่สุด
ผู้อาวุโสจื่อตื่นตระหนกทันที “อาจารย์ เราก็ทิ้งร่างของเราไปเถอะ”
“ทิ้งร่างงั้นหรือ?” ลวี่ซ่างเพียวลังเล เพราะหากไร้กายเนื้อแล้ว พวกเขาจะมีเพียงแค่วิญญาณก่อกำเนิดที่เปราะบาง แต่ในตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกใดอีก ทำให้แม้จะไม่เต็มใจก็ต้องทำ!!
ทางด้านผู้อาวุโสจื่อ เขาไม่สนใจสิ่งใดอีก เร่งเผาร่างของตนเอง ก่อนจะกระตุ้นวิญญาณก่อกำเนิดและพยายามหนีไปให้เร็วที่สุด!
ทันใดนั้น ที่แห่งนี้ก็เหลือเพียงลวี่ซ่างเพียว
ลวี่ซ่างเพียวเริ่มตระหนก ส่วนลู่เฉินยิ้มอยู่ในความมืดแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ทำไมเล่า? ตัดใจการบ่มเพาะของร่างนี้ไม่ได้งั้นหรือ?”
“ถ้า… ถ้าเจ้ามีสิ่งใดจะพูดก็พูดกันดี ๆ!” ลวี่ซ่างเพียวร้อนรน หน้าผากของเขามีเหงื่อไหลซึมออกมา ทว่าสายฟ้ากลับฟาดลงมาที่ร่างกายของเขาจนทั่วกายปกคลุมไปด้วยกลิ่นไหม้ ท