เหลือจากสำนักพฤกษาสวรรค์ก็กังวลเล็กน้อย
จังหวะนั้น เสียงหัวเราะของลู่เฉินพลันดังขึ้นรอบ ๆ ภายในม่านหมอก “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่สามารถควบคุมค่ายกลระดับศักดิ์สิทธิ์นี้ได้”
“การที่จะควบคุมค่ายกลระดับศักดิ์สิทธิ์ อย่างน้อยจะต้องเป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับศักดิ์สิทธิ์ ทั่วทั้งดินแดนทักษิณา ผู้ที่ครองฉายาปรมาจารย์ค่ายกลระดับศักดิ์สิทธิ์มีไม่เกินห้าคน สามคนอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามแห่ง และอีกสองคนคือคนเก่าคนแก่” ลวีซ่างเพียวเอ่ยอย่างโอหังประหนึ่งว่าเขารู้ทุกสิ่งทุกอย่าง
ทว่าเสียงของลู่เฉินกลับดังขึ้นรอบตัวเขา “แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้ข้าอยู่ที่ใด?”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าพวกตนไม่สามารถแยกแยะที่มาของเสียงได้เลย พวกเขาจึงพลันชะงักงัน และบางคนถึงกับตื่นตระหนก
ผู้อาวุโสจื่อกังวลมากยิ่งขึ้น “อาจารย์ พวกเรากลับทางเดิมกันเถอะ”
ลวี่ซ่างเพียวก็เริ่มรู้สึกไม่ดีเล็กน้อยเช่นกัน เขาจึงบอกกับทุกคนว่า “ไปกัน กลับไปก่อน อย่าไปสนใจคนขี้โกงนั่นเลย”
เมื่อครู่ยังมีท่าทีก้าวร้าว แต่ตอนนี้กลัวจนหัวหด ลู่เฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “โอกาสอันดีเช่นนี้ เหตุใดพวกเจ้าไม่มาประลองกับข้าเสียหน่อยเล่า?”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ออกมาสิ!” ลวี่ซ่างเพียวตวาด
“อย่ากังวล รอให้ข้าได้เล่นสนุกกับค่ายกลนี้ก่อน”
“เล่นกระนั้นหรือ? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใด” ลวี่ซ่างเพียวตะคอก
แต่ในยามนี้เอง ท้องฟ้าพลันเปลี่