้ประจักษ์แล้วว่าข้ามีพลังแค่ไหน”
“งั้นหรือ? มันก็ยังทำอะไรข้าไม่ได้อยู่ดี!” ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ
“ทำอะไรเจ้าไม่ได้งั้นหรือ?” เกาจี้ไม่เชื่อ และพยายามมากขึ้น ทำให้ไอหนาวเหน็บบนลานประลองเพิ่มพูนทวีคูณ จนเกิดหมอกหนาบดบังผู้คนนอกสนามประลอง
แต่ลู่เฉินยังคงมองไปที่เกาจี้ด้วยรอยยิ้มที่สงบ “เจ้ามีแค่นี้หรือ?”
“ไปตายซะ!” เกาจี้ตวาดลั่นเมื่อเขาเห็นว่าลู่เฉินกล้าที่จะหัวเราะเยาะตัวเอง จากนั้นไอเย็นพลันกลั่นตัวเป็นก้อนน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วน และตกลงมาใส่ศีรษะของลู่เฉิน!
ครืน ครืน ครืน!
น้ำแข็งก้อนที่ตกลงมาเหล่านี้มีขนาดใหญ่มาก ราวกับว่าจะสามารถหล่นทับลู่เฉินให้ตายได้
แต่กำแพงพันชั้นของลู่เฉินกลับสามารถต้านทานหินน้ำแข็งเหล่านี้ได้ทุกก้อน ทำให้ดวงตาของเกาจี้เบิกกว้างอย่างตกใจ “เป็นไปได้อย่างไร?”
ไม่เพียงแต่เกาจี้เท่านั้น แม้แต่ผู้ชมเองก็ประหลาดใจเช่นกัน และบางคนก็สงสัยว่า “ทำไมการป้องกันของชายผู้นี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก?”
“เขาอยู่ขั้นสร้างรากฐานจริงหรือ”
บางคนรู้สึกว่าความแข็งแกร่งเพียงนี้ในขั้นสร้างรากฐานผิดปกติมากเกินไป
โหย่วหลงจากวังเหมันต์สงัดไม่อาจทนมองได้อีกต่อไป เขาเอ่ยบอกเกาจี้ทันที “ใช้ศาสตราวุธวิญญาณของเจ้าเสีย!”
เกาจี้ที่ไม่มีทางเลือกอื่นจึงยื่นมือออกไป
เพียงอึดใจต่อมา ทุกคนพลันเห็นคันศรสีน้ำเงินในมือของเกาจี้ และบนคันศรสีน้ำเงินนั้นมีลูกศรควบแน่นขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไม่เพียงเท่านี้ ศรปราณน