ี้ยังเปี่ยมล้นไปด้วยพลัง มันถึงกับส่งเสียงดังกังวานออกมา!
เมื่อทุกคนเห็นศรปราณดอกนั้น พวกเขาต่างรู้สึกได้ว่ามันน่าหวาดกลัวเพียงใด
ทว่าหลังจากที่ศรถูกปล่อยออกมา มันกลับทำลาย ‘กำแพง’ ได้เพียงกว่าหกสิบชั้นเท่านั้น และลู่เฉินยังคงไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ
“นี่มัน…?” ใครบางคนอดไม่ได้ที่จะพูดอะไรออกมา
คนอื่น ๆ เองก็เริ่มเหม่อลอยไปทีละคน
หนานเหยาที่เห็นการณ์เป็นเช่นนั้นพลันพูดอย่างได้ใจว่า “ดูสิ ความสามารถของท่านอาจารย์ข้า แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดก็เอาชนะเขาไม่ได้”
โจวอวี๋และคนอื่น ๆ ต่างเห็นด้วยกับประโยคนี้
“นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว” ปิงหลิวหลีชะงัก
ส่วนผู้คนจากสำนักอื่น ๆ ต่างก็สับสนไม่แพ้กัน ในขณะที่คนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์วิตกกังวล และพากันบ่นพึมพำว่าลู่เฉินมีการป้องกันที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร
ทางด้านของเกาจี้ที่กำลังตื่นตระหนกนั้น เขาเริ่มยิงธนูออกไปหลายดอก แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม โหย่วหลงจึงตะคอกอย่างกระวนกระวายว่า “เศษสวะไร้ค่า!”
หน้าผากของเกาจี้เริ่มมีเม็ดเหงื่อซึมออกมาแล้ว
ลู่เฉินจ้องไปยังเกาจี้พลางยกยิ้ม “ข้าคิดว่ามันควรจะจบลงได้แล้ว”
“จบงั้นรึ?” เกาจี้ไม่รู้ความหมายในคำพูดของลู่เฉิน แต่ในยามนี้เอง ลู่เฉินพลันหยิบกระบี่สยบเก้าทิศออกมา
เพียงอึดใจต่อมา ทุกคนต่างได้เห็นฉากที่น่าตื่นตกใจ นั่นคือปราณกระบี่สามพันสายที่ถูกบีบอัดเป็นร้อยสาย ก่อนที่ทั้งร้อยสายนั้นจะถูกบีบอัดจนเห