ารแปรปรวน และใบหน้าพลันซีดเผือดจากปราณที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นดังนั้น ทุกคนพลันอ้าปากค้าง
“ยอมแพ้เสียเถอะ!” โจวอวี๋เผยยิ้มออกมา
ทว่าหลิวฮั่วยังคงไม่คิดยอมแพ้ แต่เพราะตันเถียนที่บาดเจ็บ ดังนั้นจึงยากที่จะสวนกลับการโจมตี ทำได้เพียงใช้มือข้างหนึ่งจับไปยังหอกที่ปักลงมาพลางเอ่ยว่า “เจ้า…”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่คิดยอมแพ้ พลังปราณบนร่างของโจวอวี๋พลันแข็งแกร่งขึ้นมา ก่อนจะถ่ายเทผ่านหอกและไหลเข้าไปในร่างของหลิวฮั่ว ทำให้เขาเจ็บปวดจนต้องกรีดร้องขึ้นมา
สีหน้าของคนพรรคเมฆาเพลิงพลันเปลี่ยนไปทันที
คนอื่น ๆ ที่มองดูอยู่ต่างรู้สึกว่าสิ่งนี้น่าเหลือเชื่อนัก ก่อนที่หลิวฮั่วจะกัดฟันพูดออกมาด้วยความเจ็บปวด “ข้า… ยอมแพ้!”
“เย่!” หนานเหยาร้องตะโกนด้วยความยินดี
ส่วนปิงหลิวหลี นางรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังฝันไป “นี่มัน…”
โจวอวี๋ดึงหอกยาวออกมา และเหวี่ยงสะบัดส่วนปลาย ส่งให้ร่างของหลิวฮั่วกระเด็นออกไป พร้อม ๆ กันกับที่เขตแดนปิดกั้นรอบสนามประลองหายไป
ทางด้านกู่ทงนั้น เขาประกาศด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าโจวอวี๋ได้รับชัยชนะ ขณะที่หลิวฮั่วซึ่งอยู่บนสนามก็ถูกคนหามลงไป
หัวเหล่าซานจ้องเขม็งไปยังหลิวฮั่วที่ถูกหามออกมา “ขยะไร้ประโยชน์!”
หลิวฮั่วไม่รู้ว่าตนควรจะพูดอะไร ทำได้เพียงมองไปยังสำนักเก้าสุขสงบด้วยความโกรธแค้น และขณะนั้นเอง ผู้คนรอบ ๆ ต่างพากันแปลกใจว่าแท้จริงแล้วโจวอวี๋คนนี้คือผู้ใดกันแน่? เหตุใดจึงเก่งกาจเ