กตนขั้นหลอมแก่นแท้ที่แข็งแกร่งมากคนหนึ่ง และระดับขั้นของลู่เฉินก็ยังห่างจากอีกฝ่ายมากเกินไป
เมื่อการประลองเริ่มขึ้น เกาจี้พลันโคจรพลังปราณสีทองทั่วกาย ก่อนจะควบกลั่นปราณเป็นคมศรมากมาย ส่งให้มันพุ่งทะยานเข้าล้อมลู่เฉิน ทว่าเมื่อใกล้จะถึงตัวก็หยุดไว้เป็นเชิงข่มขู่
ผู้คนที่มองดูอยู่รอบ ๆ แต่ละคนพากันตื่นเต้น เฝ้าคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น ส่วนสีหน้าของกู่ทงก็ค่อย ๆ เผยยิ้มอย่างพึงใจ
“เจ้าหนุ่ม ถ้าเจ้าคุกเข่ายอมแพ้เสียแต่ตอนนี้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แต่ถ้าหากเจ้าไม่คิดยอมแพ้ เช่นนั้น เมื่อคมศรเหล่านี้พุ่งโจมตีไปยังเจ้า ร่างเจ้าก็จะกลายเป็นดั่งรังแตนในชั่วพริบตา!” เกาจี้ยิ้มเยาะ
การข่มขู่ของเกาจี้นั้นทำให้ทุกคนคิดว่าลู่เฉินจะหวาดกลัว
แต่ใครจะคิดว่าลู่เฉินกลับเพียงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “มาเถิด ดูว่าลูกศรพวกนี้ของเจ้าจะมีพลังเช่นไร”
ยั่วยุ?
ไม่สนใจ?
เกาจี้ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า “เมื่ออยากตาย เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้าเอง!”
ครั้นพูดจบ ลูกศรเหล่านี้ก็พุ่งออกไปทันที
คนจำนวนไม่น้อยจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์และสำนักพฤกษาสวรรค์ต่างก็มีความคิดผุดขึ้นมาเช่นเดียวกัน นั่นก็คือทุกอย่างจบลงเสียที
‘ความทรมาน’ ที่ลู่เฉินมอบให้พวกเขานั้นแทบจะฝังรากลึกอยู่ในใจจนยากที่จะสลัดออก และในตอนนี้เมื่อจะได้เห็นการตายของลู่เฉินด้วยตาตนเอง พวกเขาจึงรู้สึกพึงพอใจขึ้นมา
แต่เรื่องที่ทำให้พวกเขาคิดไม่ถึงก็คือ บนร่างของลู่เ