่นนี้ก็ได้ด้วยหรือ?”
หนานเหยาร้อนใจขึ้นมาทันที “แดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกท่าน เหตุใดจึงบ้าอำนาจเช่นนี้!”
“มาแข่งขันยังแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็ต้องเคารพกติกาของแดนศักดิ์สิทธิ์ มิเช่นชั้นก็ไม่ต้องเข้าร่วม” กู่ทงสวนกลับ
คำตอบนี้ทำให้หนานเหยาโมโหจนใบหน้าและใบหูแดงไปหมด แต่ลู่เฉินกลับเพียงแค่เผยยิ้มออกมา “ข้าจะเข้าร่วม”
เมื่อกู่ทงเห็นลู่เฉินตอบตกลง จึงหันไปพูดกับคนข้าง ๆ ว่า “ให้เขาบันทึกชื่อเสียหน่อย”
เพียงไม่นานก็มีคนมาตรงหน้าลู่เฉิน เพื่อให้ชายหนุ่มบันทึกชื่อลงไป ก่อนที่จะมอบแผ่นป้ายประจำตัวให้หนึ่งชิ้น โดยด้านบนแผ่นป้ายมีตัวเลขหนึ่งร้อยแทนอันดับที่หนึ่งร้อยสลักไว้
การกระทำทั้งหมดนี้ ทุกคนต่างรู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดีว่าแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีคนต้องการจัดการลู่เฉิน มิเช่นนั้นคงไม่ให้คน ‘อ่อนแอ’ เช่นเขาเข้าร่วมงานประลองนี้!
ดังนั้นจึงมีคนจำนวนไม่น้อยกระหยิ่มใจที่เห็นลู่เฉินเจอปัญหาเช่นนี้ และแม้แต่หนานเหยาก็ยังกระวนกระวายใจขึ้นมา “ท่านอาจารย์ ท่านกำลังจะมีอันตรายหรือ?”
โจวอวี๋และคนอื่น ๆ รู้สึกกังวลใจเช่นกัน เพราะแท้จริงแล้วงานประลองนี้ ผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่ต่างก็อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ระดับสมบูรณ์พร้อมกันทั้งสิ้น!
แต่ใครจะคิดว่าลู่เฉินกลับเผยยิ้มออกมา “วางใจเถิด ข้าไม่มีทางทำให้ตัวเองขายหน้าหรอก!”
จริงหรือ?
ทางด้านฝั่งของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ในขณะนั้น ผู้อาวุโสของพวกเขาต่างก็พากันรื่นเริงยินด