จากนั้นรอเพียงแค่เขามาติดกับดักเท่านั้น” เยว่เซียวยิ้ม
ทุกคนต่างแปลกใจว่าเยว่เซียวผู้นี้คิดจะทำเช่นไรกันแน่? ทว่าอีกฝ่ายไม่ได้อธิบายใด ๆ ต่อ เขาเพียงแค่พูดว่า “เมื่อถึงเวลานั้น พวกเจ้าจะเข้าใจเอง”
ทุกคนจึงไม่ถามอะไรต่อ เพียงแค่รอคอยอย่างมีความหวัง
ขณะนั้นเอง ‘กระจก’ บนสนามประลอง ก็ได้ปรากฏเงาคนก้าวออกมา และคนผู้นั้นก็คือ… โจวอวี๋!
ตอนที่โจวอวี๋เดินออกมานั้น ผู้คนทั่วทั้งลานต่างก็ตกตะลึง
บางคนขยี้ตาไปมา “เหตุใดจึงเป็นคนของสำนักเก้าสุขสงบได้?”
“นี่มัน… เป็นไปได้เช่นไร?” เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้
กู่ทงที่ทำหน้าที่รับผิดชอบก็ดูประหลาดใจ แต่เขายังคงให้คนบันทึกชื่อของโจวอวี๋ลงไป และขณะนั้นเอง คนที่สองก็เดินออกมา
บนร่างของชายผู้นี้แผ่ไอเย็นยะเยือกออกมา แม้กระทั่งผมและคิ้วยังถูกเกล็ดน้ำแข็งปกคลุม ดูแล้วราวกับว่าเพิ่งออกมาจากแดนหิมะอย่างไรอย่างนั้น
คนผู้นี้คือผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่อันดับหนึ่งของวังเหมันต์สงัด นามว่า เกาจี้!
เดิมทีเกาจี้ผู้นี้คิดว่าตนจะได้รับอันดับหนึ่ง แต่เมื่อเห็นว่าตนเป็นอันดับสอง แววตาของเขาจึงเยือกเย็นขึ้นมาทันที ก่อนจะมองไปยังโจวอวี๋อย่างประหลาดใจ ดูราวกับว่าพร้อมจะลงมือได้ตลอดเวลา
แต่บนสนามประลองนี้ไม่สามารถลงมือได้ เกาจี้จึงทำได้เพียงจ้องมองไปยังโจวอวี๋และขู่ว่า “ครั้งนี้ที่เจ้าได้เป็นอันดับหนึ่ง คงเพียงแค่โชคดีเท่านั้น”
โจวอวี๋ไม่รู้จักคนผู้นี้ และไม่ส