ใจ
“ท่านอาจารย์ ท่านก็จะเข้าร่วมด้วยหรือ?” หนานเหยาเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น เช่นเดียวกับเจี่ยลัวและหลี่ว์ซือที่มองไปยังลู่เฉินอย่างประหลาดใจ ขณะที่ผู้คลั่งไคล้เต๋าซึ่งอยู่อีกด้านนั้น เขาเองก็ได้มองไปทางลู่เฉินอย่างประหลาดใจเช่นกัน
“ข้าไม่เข้าร่วม แต่ไม่ได้แปลว่าข้าไม่สามารถช่วยเขาได้”
“หากไม่เข้าร่วม แล้วเจ้าจะช่วยเขาได้เช่นไร?” ปิงหลิวหลีไม่เข้าใจ ส่วนหนานเหยาก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน
ทว่าลู่เฉินไม่ได้พูดอันใด ทุกคนจึงทำได้เพียงนั่งรออยู่ที่นั่น
อีกด้านหนึ่ง บริเวณซึ่งสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์นั่งอยู่ ลวี่ซางเพียวได้หันไปพูดด้วยน้ำเสียงโมโห “ไม่รู้ว่าผู้อาวุโสเยว่อยู่ที่ใด เหตุใดตอนนี้เขาถึงยังไม่กลับมา?”
ผู้อาวุโสจื่อเอ่ยปลอบใจว่า “ผู้อาวุโสเยว่นำพวกลูกศิษย์หญิงในสำนักไปหาคนยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์แล้ว”
“คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์?”
ผู้อาวุโสจื่ออธิบายว่า “ได้ยินว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์มีศิษย์เอกผู้หนึ่งถูกดินแดนศักดิ์สิทธิ์พบเห็น จึงเรียกไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นตอนนี้ผู้อาวุโสเยว่จึงคิดยืมมือคนผู้นี้ช่วยจัดการ”
ลวี่ซางเพียวที่ได้ฟังก็พลันตกตะลึงขึ้นมา “ถ้าหากมีคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แอบช่วยเหลือ เช่นนั้นคนของสำนักเก้าสุขสงบต้องตายทั้งหมดเป็นแน่แท้!”
“ย่อมเป็นเช่นนั้น!” ผู้อาวุโสจื่อเอ่ยออกมาด้วยความปรีดา
ทว่าเรื่องที่คนเหล่านี้กำลังคุยกันนั้นถูก ‘วิชาหมื่นวิญญาณ’ ของลู่เฉ