นต้องขนาดนั้นเชียวหรือ?”
“ราชวงศ์หนานโยวมีดินแดนศักดิ์สิทธิ์สามแห่งอยู่เบื้องหลัง และพวกเขาย่อมต้องยืมมือคนเหล่านั้นเพื่อสร้างโอกาสชิงอำนาจ เพียงแค่เจ้าไม่รู้เท่านั้น”
คำพูดของลู่เฉินทำให้หนานเหยากลัดกลุ้มใจ “แม้ว่าข้าจะเคยได้ยินเรื่องนี้ แต่…”
“เอาล่ะ อย่าคิดมาก ตอนนี้เจ้าไม่ได้อยู่ในราชวงศ์แล้ว ข้าเดาว่าคงไม่มีใครโจมตีเจ้าหรอก” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็เอ่ยปลอบหนานเหยาว่าอย่าคิดมาก
หนานเหยาที่ไม่มีทางเลือกอื่นจึงได้แต่ออกจากห้องไปด้วยความกลัดกลุ้ม
ยามนี้เอง ที่หน้าจวนก็ได้มีคนยืนอยู่ และคนคนนี้ก็คือฮั่วถูฝู!
ฮั่วถูฝูมีสีหน้าฉงนสงสัย และกล่าวกับตัวเองเบา ๆ ว่า “ศิษย์ของเขามีที่มาอย่างไรกันแน่ คิดไม่ถึงว่าจะดึงตัวประหลาดเฒ่าของราชวงศ์หนานโยวออกมาได้”
ถึงอย่างไรก็ไม่มีผู้ใดอธิบายให้ฮั่วถูฝูฟังได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่คาดเดาไปเรื่อย
ส่วนลู่เฉินและคนอื่น ๆ ก็ยังคงรออยู่เงียบ ๆ ภายในลาน
จนกระทั่งสองวันต่อมา พวกเขาก็ออกจากเมืองและตรงไปที่ยอดเขาเต๋าเมฆา
ตลอดทางมีผู้คนจำนวนมาก บางคนก็มาจากสำนักอื่น ขณะที่บางคนก็เพียงมาเพื่อดูชมความบันเทิง ทำให้รอบ ๆ บริเวณนี้คึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตรงเชิงเขาที่มีคนมารวมตัวกันอย่างเนืองแน่น
ทว่าการปรากฏตัวของลู่เฉินและคนอื่น ๆ ก็ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนขึ้นมา
“ดูสิ คนจากสำนักเก้าสุขสงบก็มาแล้ว”
“สำนักเก้าสุขสงบ? พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมงานประลอ