บเจ้าไปก่อน แต่หากเจ้ากล้าปฏิบัติกับนางไม่ดี …ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
หลังจากนั้น หนานลัวผู้นี้ก็กลับไป
เมื่ออีกฝ่ายกลับไปแล้ว หนานเหยาก็พลันบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ “เหตุใดพี่แปดจึงกลายเป็นคนเช่นนี้ไปได้นะ!”
“ดูเหมือนว่าพี่ชายของเจ้าจะห่วงใยเจ้ามากทีเดียว” ลู่เฉินมองออกว่าอีกฝ่ายห่วงใยหนานเหยายิ่งนัก ราวกับกลัวว่านางจะถูกทำร้ายอย่างไรอย่างนั้น
หนานเหยาจึงเอ่ยอย่างกลัดกลุ้มว่า “ในราชวงศ์ เขากับข้ามีพ่อแม่คนเดียวกัน และเขายังเป็นคนที่ปกป้องข้าตั้งแต่เด็ก ปกติแล้วพอมีอันใดเกิดขึ้นก็เป็นเขาที่ปกป้องข้า”
ลู่เฉินพยักหน้า “เช่นนั้นเจ้าก็ควรมีความสุข”
“ข้ามีความสุขมาก แต่ช่วงเวลาห้าพันปีที่หายไปนี้ ข้าเกรงว่าคงยากทีเดียวที่จะรื้อฟื้นสัมพันธ์กลับมา”
“อันใด? เพราะเขาแก่แล้ว.. เจ้าเลยรับไม่ได้หรือ?” ลู่เฉินยิ้ม แกล้งพูดหยอกล้อ
ส่วนหนานเหยากลับแสดงท่าทีลังเลออกมา “ไม่ใช่เหตุผลนี้”
“แล้วเหตุใด?”
“ดูเหมือนเขาจะเป็นโรคขี้ระแวงมาก ไม่ใช่คนง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป” หนานเหยาไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่ลู่เฉินกลับฉีกยิ้ม “นี่เป็นเรื่องปกติ”
“นี่นับว่าเป็นเรื่องปกติหรือ?”
“ในราชวงศ์มีทั้งองค์ชายกับองค์หญิงมากมาย และในบรรดาคนเหล่านี้มีหลายคนที่ต้องการเป็นจักรพรรดิ ทว่าการขึ้นครองตำแหน่งนี้ยากที่จะหลีกเลี่ยงการสู้รบภายใน และแม้กระทั่งอาจลามไปถึงผลกระทบและการสร้างความสัมพันธ์กับกองกำลังอื่น ๆ ด้วย”
“มั