“เห็นแล้วสินะว่าท่านอาจารย์ของข้าน่ะทรงพลัง!”
ทว่าหนานลัวยังอยากทดสอบอีก ดังนั้นจึงพุ่งทะยานเข้าไป แต่เมื่อเขาปะทะกับลู่เฉิน จู่ ๆ ชายหนุ่มก็หายวับไป ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่บริเวณประตูพร้อมรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า “เจ้าอยากจะจับข้าหรือ?”
ความสามารถของลู่เฉินที่จู่ ๆ ก็หายตัวไปและมาอยู่ที่ประตูเช่นนี้ทำให้หนานลัวตกใจ “เจ้าเป็นใคร?”
เมื่อสบโอกาส หนานเหยาจึงเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “เห็นแล้วสินะว่าท่านอาจารย์ของข้าแข็งแกร่งแค่ไหน!”
ทว่าหนานลัวยังคงจ้องมองลู่เฉินอย่างไม่ลดละ “เจ้าเป็นใครกันแน่?!”
“เขาเป็นท่านอาจารย์ของข้า!” หนานเหยาพูดย้ำ แต่หนานลัวกลับขมวดคิ้ว “ที่เขาเข้าหาเจ้าเพราะมีจุดประสงค์อื่นแน่!”
“ข้าบอกไปแล้วนะเสด็จพี่แปด เหตุใดท่านจึงช่างสงสัยนัก?” หนานเหยารู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาเล็กน้อย
“เพราะตอนนี้สถานการณ์ภายในราชวงศ์ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เจ้าคิด”
หนานเหยาไม่รู้ว่ามันหมายถึงอันใด ส่วนลู่เฉิน ตัวเขานั้นรู้ดีว่าหากตนเองไม่พูดอันใด ชายผู้นี้คงไม่ยอมไปแน่
เขาจึงคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “ข้าชื่อลู่เฉิน ส่วนเป็นใครนั้น เจ้าก็ไปหาดูที่ตระกูลลู่แห่งเมืองเฟิงเฉิง!”
หนานลัวครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งหลังจากได้ยินคำว่าตระกูลลู่แห่งเมืองเฟิงเฉิง “เจ้าเป็นลูกหลานของตระกูลลู่หรือ?”
“ใช่!”
ทว่าหนานลัวยังคงไม่เชื่อ และกำลังคิดเตรียมจะสอบสวนลู่เฉินต่อหลังจากกลับไป “ข้าจะปล่อยให้น้องหญิงเก้าอยู่กั