าอย่างปลอดภัย “เจ้าไม่เป็นอะไรสินะ?”
“ข้าจะเป็นอะไรไปได้?” เมื่อหนานกงมู่คิดถึงเรื่องวันนี้ นางก็รู้สึกโกรธแค้นขึ้นมา
ส่วนเสี่ยเจี้ยน เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าได้ยินเรื่องของท่านเจ้าเมืองแล้ว”
เมื่อเห็นแววตาของเสี่ยเจี้ยน หนานกงมู่ก็เอ่ยด้วยความโกรธ “ข้าไม่อยากให้เจ้ามาสงสารข้าหรอก”
“ข้าไม่ได้สงสารเจ้า ข้าแค่รู้สึกว่าเจ้าหนุ่มคนนั้นไม่ธรรมดา” เมื่อเสี่ยเจี้ยนนึกถึงฝีมือของลู่เฉิน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว
หนานกงมู่จึงเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “หากข้ายืมพลังของราชวงศ์ไม่ได้ เช่นนั้นข้าจะหยิบยืมพลังของดินแดนศักดิ์สิทธิ์!”
“ยืมพลังของดินแดนศักดิ์สิทธิ์?” เสี่ยเจี้ยนงงงวย
หนานกงมู่ค่อย ๆ เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาแล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่เชื่อว่ารูปร่างที่งดงามของข้าเช่นนี้จะหลอกล่อบุรุษรูปงามไม่ได้!”
เสี่ยเจี้ยนหน้าเปลี่ยนสีทันที “เจ้า… เจ้าคิดจะใช้เรือนร่างเข้าแลกงั้นหรือ?”
“ข้าเคยใช้มันมาก่อน เด็กคนนั้นก็หลงใหลข้าไม่ใช่หรือ?” หนานกงมู่เอ่ยอย่างดูถูกเมื่อนึกถึงลู่เฉินคนเดิม
“แต่นี่…” เสี่ยเจี้ยนเป็นกังวลเล็กน้อย แต่หนานกงมู่กลับพูดแทรกขึ้นมาว่า “หากไม่ได้รับอนุญาต ครั้งหน้าอย่ามาหาข้าอีก จะได้ไม่ถูกสงสัย”
หลังจากพูดจบ หนานกงมู่ก็จากไป
…
หลังจากที่ลู่เฉินและหนานเหยากลับมาที่จวนของสำนักเก้าสุขสงบ ปิงหลิวหลีก็รีบถามว่าเกิดอันใดขึ้น
ทว่าหนานเหยาบอกปัด ในขณะที่ลู่เฉินยิ้ม และกลับไปที่ห้องข