ขณะที่หนานเหยากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ลู่เฉินก็เดินออกมาถามด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าไม่รู้ว่าข้าทำผิดเรื่องอะไร”
ชิงซานเหลือบมองลู่เฉินแล้วถามว่า “เจ้าคือลู่เฉิน?”
“ถูกต้อง!”
“ตามการร้องเรียน เจ้าสังหารผู้ตรวจการที่เมืองเฟิงเฉิง และข้าจะจับเจ้าไปสอบสวนตามคำสั่งของเจ้าเมือง!”
ลู่เฉินได้จัดการเรื่องของผู้ตรวจการเมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนี้กลับถูกคนพลิกฟื้นคดีขึ้นมาอีกครั้งงั้นหรือ?
เรื่องนี้ทำให้ลู่เฉินสงสัยว่ามีใครบางคนกำลังก่อกวน
ชายหนุ่มจึงยกยิ้ม “มีหลักฐานหรือไม่?”
“มี ในจวนท่านเจ้าเมือง เมื่อเจ้าไปก็จะรู้เอง!” ชิงซานเอ่ยอย่างเย็นชา ส่วนลู่เฉินก็พูดยิ้ม ๆ ว่า “เอาล่ะ ข้าก็อยากจะดูเสียหน่อยว่าหลักฐานอันใด!”
แม้ชายหนุ่มจะใจเย็น ทว่าปิงหลิวหลีกลับร้อนรน เพราะนางรู้ว่าลู่เฉินได้สังหารผู้ตรวจการจริง ๆ นางจึงกล่าวกับลู่เฉินเสียงเบาว่า “นี่เป็นกับดัก เจ้าห้ามไปเด็ดขาด!”
ทว่าลู่เฉินไม่ได้จริงจังกับมัน และชิงซานผู้นั้นก็ได้ให้คนห้อมล้อมเขาไว้แล้ว… จึงยากนักที่ชายหนุ่มจะบอกปัดได้
ส่วนหนานเหยา ขณะนี้นางก็กำลังวางมือไว้ที่สะโพก ปากก็ร้องว่า “ข้าจะไปด้วย”
เช่นเดียวกันนั้น ปิงหลิวหลีและคนอื่น ๆ เองก็แสดงท่าทีว่าพวกเขาประสงค์จะติดตามไปด้วย
ทว่าลู่เฉินกลับมองไปที่ปิงหลิวหลีและคนอื่น ๆ “พวกเจ้าอยู่ที่นี่!”
“แต่!” ปิงหลิวหลีเป็นกังวล
“ไม่ต้องกังวลไป”
หลังจากลู่เฉินพูดจบ เขาก็เดินออกจากที่นี่ โดยมีชิงซานและเ