นึ่งชั่วยามต่อมา เจ้าหน้าที่และทหารกลุ่มหนึ่งได้วิ่งเข้ามาในสวน
ปิงหลิวหลีพลันสงสัยขึ้นมา “พวกเจ้าคิดจะทำอันใด?!”
นายทหารที่เป็นหัวหน้ากลุ่มกองผู้หนึ่งพลันหยิบป้ายคำสั่งออกมา “ข้าคือชิงซาน ผู้บัญชาการกองทหารของเมืองเต๋าเมฆา!”
ชายที่ชื่อชิงซานผู้นี้มีเครามากมาย และความแข็งแกร่งของเขาก็อยู่ในขั้นก่อกำเนิดระดับกลาง ซึ่งอ่อนแอกว่าปิงหลิวหลีมาก ทว่าเขาเป็นคนของราชสำนัก ดังนั้นปิงหลิวหลีจึงพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ข้าไม่รู้ว่าผู้บัญชาการชิงต้องการจะทำอะไร?”
“มีคนที่ชื่อลู่เฉินอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่?”
“ใช่”
“พวกข้าต้องการจับเขา!” ชิงซานตอบ
“อันใดนะ?” ปิงหลิวหลีงงงวย “จะจับท่านอาจารย์ของข้า? ใครมอบความกล้าหาญนี้ให้พวกเจ้ากัน?”
“ในแดนทักษิณา ตราบใดที่ก่ออาชญากรรม พวกเราล้วนมีสิทธิ์จับกุม!”
“โอ้? เช่นนั้นท่านอาจารย์ของข้า เจ้าก็กล้าจับรึ?”
“เจ้าเป็นใคร? ทำไมข้าจะไม่กล้า?” ชิงซานผู้นี้ไม่รู้ว่าหนานเหยาเคยเป็นองค์หญิงในราชวงศ์เมื่อหลายพันปีก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่เห็นหนานเหยาอยู่ในสายตา
สำหรับองค์หญิงหนานเหยาผู้นี้ สิ่งที่นางรังเกียจที่สุดก็เห็นจะเป็นการข่มขู่และใช้วิธีสกปรก! และเพราะแบบนี้ จึงมีข้าราชการและขุนนางไม่น้อยที่ถูกนางลงโทษ!
และเมื่อตอนนี้มีใครบางคนกล้าทำให้ท่านอาจารย์ของนางต้องอับอาย นางจึงถามซักไซ้ว่า “บอกมาว่าใครให้สิทธิ์เจ้า?”
“ข้าในฐานะเป็นผู้บัญชาการกองทหารเมืองเต๋าเมฆา ย่อมมีสิทธิ์!”