วถูฝู นางก็พลันขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา “นี่… เกรงว่าถึงไปก็อาจเสียเวลาเปล่า”
“วางใจเถิด เมื่อถึงเวลานั้นคิดต้องการสมบัติวิญญาณใด เจ้าก็จะได้สมบัติวิญญาณนั้น” จบประโยคนั้น ปิงหลิวหลีก็มีท่าทีคล้ายเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แม้กระทั่งไป๋อู่จินที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ยังคิดว่าลู่เฉินเพียงคุยโวเท่านั้น
ทว่าลู่เฉินไม่พูดอะไรมากนัก และเมื่อปิงหลิวหลีสั่งการให้ไป๋อู่จินอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องสำนักเก้าสุขสงบแล้ว นางก็นำทางลู่เฉินและคนอื่น ๆ ออกจากที่นี่
…
ขณะที่กำลังเดินทาง ปิงหลิวหลีได้แนะนำหลายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับลักษณะนิสัยของฮั่วถูฝู
จนกระทั่งโจวอวี๋ที่อยู่อีกด้านหนึ่งอดถามขึ้นมาไม่ได้ “ว่ากันว่าฮั่วถูฝูผู้นี้มีนิสัยใจคอแปลกประหลาด และถ้าหากต้องการสมบัติของเขา มันยากกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก!”
“ใช่ อีกทั้งเพราะขั้นพลังบ่มเพาะแข็งแกร่งไม่น้อย จึงไม่มีผู้ใดสามารถชิงไปได้” ปิงหลิวหลีกล่าวอย่างหดหู่
แต่ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินไปเงียบ ๆ
ยิ่งนางเห็นท่าทีของเขา ปิงหลิวหลีก็ยิ่งแปลกใจว่าลู่เฉินนั้นเอาความมั่นใจมาจากที่ใดมากมายนัก?
จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น ทุกคนได้มาถึงภูเขาแห่งหนึ่ง และรอบ ๆ ภูเขาแห่งนี้มีค่ายกลปกคลุม ขณะเดียวกันนอกค่ายกลก็มีผู้คนเนืองแน่น
คนพวกนี้นำข้าวของมามากมายเพื่อเข้าหาฮั่วถูฝู แต่เพราะมีค่ายกลอยู่ พวกเขาจึงไม่สามารถเข้าไปได้
ปิงหลิวหลีชี้ไปยังผู้คนรอบ ๆ แล้วเอ่ยว่า “เห็นหรือยัง แม้แต่ภู