ดงท่าทีแปลกใจ นางถามคนอื่น ๆ ว่า “เพลิงพิพากษาเก้าขั้น คืออันใด?”
ปิงหลิวหลีเองก็ไม่เข้าใจนัก นางสับสน และคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน
เมื่อฮั่วถูฝูเดินนำลู่เฉินมายังห้องโถงที่ว่างเปล่าภายในตำหนัก อีกฝ่ายที่ขมวดคิ้วมุ่นก็พลันเอ่ยขึ้นทันทีว่า “ที่นี่ไม่มีผู้ใด พูดมาเถิด”
“ฮั่วหมอเทียน เป็นบรรพชนของเจ้า ใช่หรือไม่”
“ใช่ นั่นคือท่านอาจารย์ของพวกเรา แต่เขากลายเป็นเซียนไปแล้ว” ฮั่วถูฝูอธิบาย แต่สายตาทั้งสองยังคงจ้องมองลู่เฉิน ต้องการรู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มตรงหน้านี้คือผู้ใด
“เช่นนั้น เหตุใดจึงมีเพียงเจ้า?”
ฮั่วถูฝูอธิบายว่า “พวกเราสืบต่อกันรุ่นสู่รุ่น แต่ทุกรุ่นจะมีเพียงหนึ่งคน”
ลู่เฉินได้ฟังแล้วจึงแปลกใจ “เช่นนั้น ไม่กลัวว่าจู่ ๆ จะมีบางคนเสียชีวิตไปกลางคันหรือ?”
ขณะนั้นเอง ฮั่วถูฝูได้นำเอาแผ่นป้ายสีแดงเพลิงชิ้นหนึ่งออกมา ซึ่งแผ่นป้ายนี้มีกลิ่นอายของคนผู้หนึ่งผนึกเอาไว้
“แผ่นป้ายนี้ เรียกว่าแผ่นป้ายหลอมเพลิง เมื่อเจ้าของมันตาย มันจะเลือกเจ้าของคนใหม่ และภายในนี้จะมีดวงจิตเจ้าของคนก่อนหน้านี้อยู่”
“คนก่อนหน้านี้? หมายความว่า ดวงจิตของฮั่วหมอเทียนก็อยู่ภายในนี้?”
“อืม มีอยู่ส่วนหนึ่ง!”
ลู่เฉินยิ้มออกมาทันที “ดูเหมือนว่า ก้อนหินในตอนนั้นจะไม่สูญเปล่า มันถูกเขาหลอมออกมาเป็นสิ่งของลึกลับเช่นนี้”
“หิน? ลึกลับ?” ฮั่วถูฝูผู้นี้ไม่รู้ว่าลู่เฉินกำลังพูดถึงสิ่งใด
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปแล้วเอ่ยว่า “เอามาให้