ลังจากนี้ ณ ลานเต๋าเมฆาแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด!” ปิงหลิวหลีพูดพลางหยิบเอาเทียบเชิญออกมา
ลู่เฉินปรายตามองเทียบเชิญนั้น จากนั้นจึงพูดว่า “เช่นนั้นข้าขอกลับไปเตรียมตัวเสียหน่อย”
ปิงหลิวหลีมองไปยังลู่เฉินแต่ก็ไม่พูดอันใด ทว่าชายหนุ่มกลับเหมือนคิดอะไรได้ เขากล่าวว่า “เจ้าจงไปประกาศให้ทราบทั่วสำนักเก้าสุขสงบว่า นับตั้งแต่วันนี้ไป ตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์จะกลายเป็นของโจวอวี๋”
แม้ว่าปิงหลิวหลีและโจวอวี๋จะเตรียมใจมาก่อนแล้ว แต่เมื่อเห็นลู่เฉินคิดจะสละตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ ทั้งสองก็ยังคงตกตะลึงขึ้นมา
จนกระทั่งลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังปิงหลิวหลี “จงไปจัดการเถิด ข้าไม่รบกวนแล้ว”
พูดจบ ลู่เฉินก็นำโจวอวี๋และคนอื่น ๆ ตรงไปยังภูเขาที่ท่านปู่ลู่กำลังพักผ่อน
ขณะที่กำลังเดินไป หนานเหยาที่รู้สึกแปลกใจพลันถามขึ้นมาว่า “ท่านอาจารย์ เหตุใดท่านจึงไม่เข้าร่วมงานประลอง?”
คนอื่น ๆ เองก็แปลกใจเช่นกัน เพราะเพียงความแข็งแกร่งของลู่เฉิน อย่างไรเขาก็ต้องถูกจัดเป็นอันดับหนึ่งแน่นอน
แต่ใครจะคาดคิดว่าลู่เฉินเพียงเอ่ยออกมาประโยคเดียวเท่านั้น “การแข่งขันเช่นนี้ ไม่ควรค่าให้ข้าลงมือหรอก”
หนานเหยาตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมองไปยังโจวอวี๋ “เช่นนั้น… แล้วเขาจะไหวหรือ?”
อย่างไรโจวอวี๋ก็เป็นคนหนึ่งที่ห่วงภาพลักษณ์ของตน ผนวกกับเมื่อก่อนตนเคยเป็นพรานที่มีชื่อเสียง ดังนั้นเขาจึงกล่าวสวนขึ้นมาอย่างมั่นใจว่า “ข้า… ข้า