ย่อมทำได้อยู่แล้ว!”
ลู่เฉินที่ได้ยินพลันเผยยิ้ม “เขาเป็นผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้ระดับสมบูรณ์พร้อม และขอเพียงข้าสั่งสอนทักษะวิชาให้เขาอีกเล็กน้อย เช่นนั้นตำแหน่งอันดับหนึ่งก็คงไม่หนีไปไหนแล้ว!”
“ทักษะวิชาอันใด?” แววตาของโจวอวี๋วาววับขึ้นมา ส่วนหนานเหยาและคนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกแปลกใจ
ทว่าลู่เฉินไม่ได้ตอบคำใด เขาเพียงเดินขึ้นไปถึงยอดเขาอย่างเงียบ ๆ แล้วบอกให้หนานเหยากับคนอื่น ๆ รอภายในลาน ส่วนลู่เฉินก็นำโจวอวี๋ไปยังริมหน้าผา “ครั้งที่แล้วข้าสอน ‘เคล็ดรากวิญญาณคู่’ ไป เป็นเช่นไรบ้าง?”
โจวอวี๋กล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นว่า “หลังจากฝึกฝนมาครึ่งปีในเขตที่เก้า ข้าก็ฝึกฝนมาถึงขั้นหกแล้ว”
“ขั้นหก สามารถทำให้พลังของรากวิญญาณคู่ระเบิดออกมาได้ในชั่วพริบตาถึงหกสิบเท่า …ใช่หรือไม่?”
“ใช่!” เมื่อโจวอวี๋คิดถึงพลังที่สามารถระเบิดออกมาได้ภายในชั่วพริบตา เขาก็พลันเผยยิ้มพึงพอใจออกมา
“แต่นี่ก็เป็นเพียงการระเบิดพลังแบบดิบ ๆ ทว่าจะใช้มันในการโจมตีหรือป้องกันจากมันเช่นไร ส่วนนี้สำคัญกว่านัก” ลู่เฉินอธิบาย
โจวอวี๋จึงพูดออกมาอย่างลำบากใจ “เรื่องนี้…”
“งานประลองจะเริ่มในอีกไม่กี่วันแล้ว ดังนั้นข้าคงสอนได้เพียงหนึ่งวิธี ไว้ให้เจ้าใช้ในยามฉุกเฉิน”
“วิธีอันใด?”
“เคล็ดเคลื่อนวิญญาณ!” ลู่เฉินจ้องมองไปยังโจวอวี๋ แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่เข้าใจ “เคล็ดเคลื่อนวิญญาณ? คือสิ่งใด?”
“เมื่อผู้อื่นโจมตีเจ้า เจ้าจะสามารถสร้างม่านป้