ได้ เขาก็รู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
หลังจากบทสนทนานั้นจบสิ้นลง บรรยากาศรอบด้านพลันเงียบงัน และมันก็เป็นเช่นนั้นต่อไปเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าควรทำอันใดต่อไป
กระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน ลู่เฉินก็กลับมายังลานเพียงลำพัง
“ชายหนุ่มผู้นั้นล่ะ?” หนานเหยาเอ่ยถามอย่าสงสัยเมื่อเห็นโจวอวี๋ไม่ได้กลับมาด้วย
“เขากำลังฝึกฝน” ลู่เฉินพูดจบก็เดินเข้าไปภายในลาน เพื่อไปหาอวิ๋นซานที่กำลังดูแลท่านปู่ลู่อยู่
“เป็นเช่นไรบ้าง? ดีขึ้นหรือยัง?”
อวิ๋นซานพยักหน้า “ครั้งที่แล้วที่นายน้อยมาตรวจดู ท่านปู่ลู่ก็หลับสนิทดีมาตลอด และไม่พูดอะไรแปลก ๆ แล้ว”
“รอครั้งหน้า ถ้าข้าหาคนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตัวการพบ ข้าย่อมสามารถขจัดพลังนั่นออกไปทั้งหมดได้”
ถึงแม้อวิ๋นซานจะไม่เข้าใจ แต่นางก็พยักหน้า
ทว่าหนานเหยากลับแปลกใจ “ท่านอาจารย์ แล้วยาขับพิษเล่า ท่านได้ลองใช้หรือไม่?”
“ไม่จำเป็น สิ่งที่จำต้องใช้คือเลือดของผู้ที่ใช้เคล็ดวิชานี้เท่านั้น” ลู่เฉินรู้ว่านี่คือวิชาลับที่มีความพิเศษชนิดหนึ่ง และวิชานี้มันก็ไม่สามารถพึ่งพายาหรือวิธีการอื่นในการขจัดออกไปได้
แต่หนานเหยาและคนอื่น ๆ สงสัย “เลือดของผู้ใช้เคล็ดวิชา?”
ทว่าลู่เฉินไม่ได้อธิบาย เพียงบอกให้ทุกคนไปพักผ่อน จากนั้นเขาจึงออกไปยังริมหน้าผาอีกครั้ง
ขณะนั้นเอง โจวอวี๋ก็กำลังฝึกฝนเพียงลำพังอย่างบ้าคลั่งภายในค่ายกลที่มีเปลวเพลิงปกคลุม
และเพื่อทำให้โจวอวี๋ใช้เคล็ดเคลื่อนวิญญาณ