ซ่างเพียวถามอย่างมีความหวัง
เยว่เซียวส่ายหัวและพูดว่า “ไม่จำเป็น!”
“แล้วเราควรทำอย่างไรดี?”
เยว่เซียวตอบกลับมาว่า “อีกสิบวันต่อจากนี้ จะเป็นงานประลองสิบสำนัก และในฐานะบุตรศักดิ์สิทธิ์ เขาจะต้องไปแน่นอน ถึงยามนั้นค่อยสังหารเขาที่งานประลองสิบสำนัก!”
ทันทีที่เปล่งคำพูดเหล่านี้ออกมา ทุกคนก็เห็นด้วยทันที
แต่เยว่เซียวกลับกล่าวเสริมอีกว่า “เพื่อให้จัดการเขาได้อย่างราบรื่น ภายในสิบวันนี้ ข้าจะเลือกผู้ที่อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ที่ทรงพลังในสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวเอง!”
ทุกคนพยักหน้า
ไม่เพียงแค่นั้น เยว่เซียวยังจ่ายเงินจำนวนมากและพูดว่า “ไป ประกาศให้โลกภายนอกรู้ว่าหากอัจฉริยะขั้นหลอมแก่นแท้ผู้ใดเต็มใจมาที่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะตบรางวัลใหญ่ให้อย่างแน่นอน!”
ทุกคนรู้ว่าเยว่เซียวโกรธจัดแล้ว
เพราะผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้นั้นถือเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในการประลองสิบสำนัก
และในยามนี้ ซือตู๋เทียนก็พลันเอ่ยปากว่า “มีคนไม่มากนักที่รู้เรื่องพลังขั้นก่อกำเนิดของข้า!”
ทุกคนสงสัยว่าเหตุใดซือตู๋เทียนจึงพูดเช่นนี้
เยว่เซียวจึงได้เอ่ยเหมือนจะเข้าใจว่า “เจ้าต้องการกดขั้นพลังของเจ้าให้อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ระดับสมบูรณ์พร้อมหรือ?”
“มีกฎในการประลองสิบสำนักว่าขั้นพลังบ่มเพาะต้องไม่เกินขั้นหลอมแก่นแท้ ดังนั้นมันจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะให้ข้าออกไปประลอง!” เห็นได้ชัดว่าซือตู๋เทียนต้องการจะฉีกลู่เฉินเป็นช