ากของเขา เห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสือเซียวที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ล้มลงกับพื้นโดยเหลือเพียงลมหายใจเฮือกเดียว
ไม่เพียงเท่านั้น ลวี่ซ่างเพียวและผู้อาวุโสจื่อ รวมทั้งหยวนเทียนเองก็หายใจรวยริน ราวกับว่าพวกเขากำลังจะล้มลงได้ทุกเมื่อ
เยว่เซียวจึงถามอย่างร้อนใจว่า “เจ้าโดนหลอกอย่างไร?”
คนเหล่านั้นจึงค่อย ๆ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้น
หลังฟังจบ เยว่เซียวก็ลุกขึ้นด้วยความโกรธ “ข้าจะไปดูเอง!”
เขาพาคนที่มีพลังแข็งแกร่งติดตามไป ทว่าซือตู๋เทียนและคนอื่น ๆ ไม่ได้ตามไปด้วย เพราะพวกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
อย่างไรก็ตาม เมื่อเยว่เซียวและคนอื่น ๆ มาถึงเหมืองวิญญาณแห่งที่ห้า พวกลู่เฉินก็หายตัวไปนานแล้ว
เยว่เซียวที่โกรธจัดได้นำทุกคนบุกทำลายค่ายกล แต่ค่ายกลนี้ซับซ้อนและทรงพลังยิ่งนัก พวกเขาจึงไม่สามารถทลายมันได้ ทำได้เพียงกระทืบเท้าอย่างโกรธเคืองและกลับไปที่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์
เมื่อซือตู๋เทียนและคนอื่น ๆ เห็นคณะของเยว่เซียวกลับมา พวกเขาก็ขมวดคิ้วทันที
ลวี่ซ่างเพียวถามอย่างร้อนใจ “เป็นอย่างไรบ้าง?”
“หนีไปแล้ว หาไม่พบเลย!” เยว่เซียวรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก
“หรือว่าจะจบแค่นี้?” ในน้ำเสียงของลวี่ซ่างเพียวแฝงไว้ด้วยความคาดหวัง… หวังให้คนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์บุกทำลายสำนักเก้าสุขสงบในทันที!! ซึ่งเยว่เซียวก็ได้เอ่ยออกมาว่า “จบแค่นี้? เป็นไปไม่ได้!”
“เช่นนั้นพวกเราไปบุกโจมตีพวกสำนักเก้าสุขสงบดีหรือไม่?” ลวี่