คนที่อยู่ตรงนั้นก็ตกใจ ส่วนเยว่เซียวก็มีสีหน้าดูไม่ได้ทันที “ครั้งที่สองแล้ว!”
คนของสำนักพฤกษาสวรรค์ร้อนใจมากยิ่งขึ้น
ทว่าเยว่เซียวที่ได้ยินกลับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาพูดทันทีว่า “ข้ามีวิธีแล้ว!”
ทุกคนมองหน้ากัน ส่วนลวี่ซ่างเพียวก็หันมองไปทางเยว่เซียว “ผู้อาวุโสเยว่ ไม่ทราบว่าท่านคิดเห็นอย่างไร?”
“ดูจากสถานการณ์แล้ว เขาคงกำลังวางแผนทำลายเหมืองวิญญาณทั้งหมดของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์!” เยว่เซียวตอบอย่างเย็นชา
เมื่อทุกคนได้ยินก็เหมือนจะเข้าใจบางอย่าง โดยเฉพาะลวี่ซ่างเพียวที่เอ่ยขึ้นทันทีว่า “เช่นนั้นเราก็ไปดักรอที่เหมืองวิญญาณสักแห่งกัน!”
“ถูกต้อง ขอแค่พวกเราไปถึงก่อน และที่นั่นไร้ซึ่งค่ายกลวางอยู่ เช่นนั้นอีกฝ่ายก็หมดสภาพแล้ว!” เยว่เซียวกล่าวอย่างมั่นใจ
ลวี่ซ่างเพียวที่ได้ยินก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง และรีบเอ่ยกับเยว่เซียวว่า “เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถิด ผู้อาวุโสเยว่ ท่าน…”
“หยวนเทียน พาพวกเขาไปยังเหมืองที่ไกลที่สุด ข้าคิดว่าสุดท้ายพวกเขาต้องไปที่นั่นแน่”
“ขอรับ!” หลังรับคำ หยวนเทียนก็ออกจากที่นี่ไปพร้อมกับผู้คนจากสำนักพฤกษาสวรรค์
หลังจากที่พวกเขาไปกันหมดแล้ว เยว่เซียวก็พลันเผยสีหน้ามืดมนออกมา “คนทรยศ ช่างกล้านักที่มาก่อเรื่อง ณ สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของข้า!”
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ เองก็พากันสาปแช่งออกมา
…
บนยอดเขาสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ในยามนี้
ที่นี่มีกระบี่ศิลาปักอยู่มากมาย และมันก็คือพื้