ในขณะที่หยวนเทียนตาเบิกโพลง “นี่… มันเกิดอันใดขึ้น?”
ผู้อาวุโสจื่อจึงเล่าถึงสิ่งที่ลู่เฉินเคยทำในสำนักพฤกษาสวรรค์ ทำให้หยวนเทียนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “เหตุใดชายผู้นี้จึงน่ากลัวนัก?”
ลวี่ซ่างเพียวที่ร้อนใจไม่กล้าชักช้าอีก “ไปกันเถอะ กลับไปที่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ว่าแล้วทุกคนก็กลับไปที่สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้อาวุโสที่เหลือฟัง
“ผ่านมาแค่ครึ่งปี เหตุใดเด็กคนนี้ถึงมีฝีมือน่าสะพรึงนัก?”
“เจ้าเด็กนี่ จู่ ๆ กลายเป็นปรมาจารย์ด้านค่ายกลได้อย่างไร?”
เหล่าอาวุโสทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงของลู่เฉิน
โดยเฉพาะเยว่เซียวที่ขมวดคิ้วแน่นขึ้นจนแทบจะขดเป็นปม “ไม่ว่าเขาจะเก่งกาจเพียงใด เขาก็ยังเป็นคนทรยศของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของเราอยู่ดี!”
ผู้อาวุโสเหล่านั้นส่งเสียงรับ ส่วนลวี่ซ่างเพียวก็พูดอย่างร้อนใจว่า “ยามนี้สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือการหายอดฝีมือด้านค่ายกลมาทำลายค่ายกลของเขา มิฉะนั้นเราจะไม่สามารถจับเขาได้ตลอดกาล!”
ผู้อาวุโสจื่อยังกล่าวอีกว่า “ถูกต้อง ความสามารถในวางค่ายกลของเด็กคนนี้ทรงพลังมาก!”
ในขณะที่เยว่เซียวกำลังจะพูดอันใด ผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดที่ได้รับบาดเจ็บอีกคนก็พลันวิ่งเข้ามาจากข้างนอก
ชายคนนี้พูดอย่างตะกุกตะกักว่า “แย่แล้ว บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเก้าสุขสงบผู้นั้นทำลายเหมืองวิญญาณของพวกเรา!”
ทันทีที่เปล่งคำพูดเหล่านี้ออกมา ผู้