แข็งแกร่งของท่านในยามนี้ ถือว่าเป็นอย่างไรในสำนักหรือขอรับ?”
“แม้ว่าข้าจะอยู่ในขั้นก่อกำเนิดระดับต้น แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่จะเอาชนะขั้นก่อกำเนิดระดับปลาย หรือแม้กระทั่งเผชิญหน้ากับตัวตนในขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อม!!” ซือตู๋เทียนกล่าวอย่างมั่นใจ
สือเซียวหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่งและพูดว่า “ท่านอาจารย์ท่านช่างร้ายกาจยิ่งนัก!”
“ไปกันเถอะ!” ซือตู๋เทียนคร้านจะพูดเรื่องไร้สาระ จึงพาสือเซียวไปที่ตำหนักของผู้อาวุโส
ระหว่างเดินไปนั้น ในใจของสือเซียวก็พลันรู้สึกยินดี เขาคิดในใจว่า “ไอ้บัดซบลู่เฉิน คอยดูเถิด ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้น ๆ ด้วยมือของข้าเอง!”
ขณะนั้นซือตู๋เทียนไม่รู้แม้แต่น้อยว่าสือเซียวกำลังคิดอันใดอยู่
ใช้เวลาเพียงไม่นาน พวกเขาทั้งคู่ก็มาถึงตำหนัก
เมื่อผู้อาวุโสเหล่านั้นเห็นซือตู๋เทียนทะลวงขั้นได้ พวกเขาทั้งหมดก็ตื่นเต้นยินดีกันยกใหญ่
แม้แต่เยว่เซียวก็พูดอย่างมีความสุขว่า “เยี่ยม เยี่ยมมาก!”
ซือตู๋เทียนมองไปที่ทุกคนแล้วเอ่ยว่า “ผู้อาวุโสทุกท่าน ข้าได้ข่าวว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเก้าสุขสงบออกมาสร้างความวุ่นวายให้เหมืองของเราหรือ?”
“อืม!” เยว่เซียวส่งเสียงตอบ
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซือตู๋เทียนก็พูดขึ้นว่า “เช่นนั้นข้าจะไปจัดการเขาเอง”
“แต่คนจากสำนักพฤกษาสวรรค์ออกไปก่อนแล้ว” เยว่เซียวกล่าว
“เช่นนั้นก็ให้ข้าไปดูเถิด”
“ถ้าเจ้าอยากไป …ก็ไปเถอะ” หลังจากที่เยว่เซียวกล่าวจบ เขาก็บอกซือตู