๋เทียนว่าต้องไปที่ใด ก่อนที่ซือตู๋เทียนและสือเซียวจะจากออกไปด้วยกัน
ผู้อาวุโสเหล่านั้นต่างมีความสุขกับภาพตรงหน้า เพราะพวกเขารู้ว่า… หากซือตู๋เทียนลงมือ ไม่ว่ารอบ ๆ ตัวลู่เฉินจะมียอดฝีมือมากเพียงใด สุดท้ายอีกฝ่ายก็จะมีจุดจบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น!
ทว่าลู่เฉินไม่รู้เรื่องเหล่านี้แม้แต่น้อย เขายังคงมุ่งเป้าทำลายเหมืองวิญญาณแห่งที่สามและสี่ ก่อนที่จะวางค่ายกลรอบ ๆ เหมืองพวกนั้นเพื่อไม่ให้คนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ใช้งานมันได้อีกต่อไป
ขณะนั้นเอง หนานเหยาที่กำลังมุ่งเป้าไปยังเหมืองแห่งถัดไปพร้อมกับลู่เฉินก็รู้สึกฉงนนัก “ท่านอาจารย์ มันก็ผ่านมาสองวันแล้ว เหตุใดสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์จึงไม่มีการเคลื่อนไหวใด?”
หลี่ว์ซือเองก็รู้สึกประหลาดใจในเรื่องนี้เช่นกัน เขาจึงกล่าวเสริมว่า “สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์น่าจะมียอดฝีมือไม่น้อยสิ แต่เหตุใด…”
ลู่เฉินหัวเราะ “ถ้าข้าเดาไม่ผิด พวกเขาน่าจะรอเราอยู่ที่เหมืองวิญญาณแห่งที่ห้า”
“จริงหรือ?” หนานเหยาตกใจ ส่วนหลี่ว์ซือก็งงงวย แต่เจี่ยลัวกลับไม่พูดจา เขาเพียงฟังการสนทนาอย่างเงียบ ๆ
ลู่เฉินพูดไปพลางเดินไป “พวกเขามีเหมืองอยู่ห้าแห่ง และพวกเขาก็รู้ว่าข้าจะสร้างปัญหาต่อแน่ แต่พวกเขาไม่มาหยุดพวกเรา ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นคือพวกเขากำลังรออยู่ที่เหมืองแห่งหนึ่ง และหากสี่เหมืองแรกไม่มีใคร เช่นนั้นพวกเขาก็คงอยู่ที่เหมืองสุดท้าย!”
เมื่อหนานเหยาได้ยินเช่