ว์ซือ!”
“อันใดนะ? สำนักไร้สุญญะ!” หยวนเทียนตกใจ ส่วนศิษย์คนอื่น ๆ ก็เห็นได้ชัดว่าเคยได้ยินชื่อสำนักไร้สุญญะมาบ้าง พวกเขาจึงพากันตกใจ
ทว่าหลี่ว์ซือไม่สนใจท่าทีของพวกเขา และเอาแต่จ้องมองไปที่หยวนเทียน “เข้ามาเลย!”
หยวนเทียนที่ได้ยินคำท้าทายก็พลันฉายสีหน้าอึมครึม “สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของข้าไม่เคยล่วงเกินสำนักไร้สุญญะของเจ้า!”
“ใช่ แต่เจ้ายั่วโมโหเขา” หลี่ว์ซือชี้ไปที่ลู่เฉิน ทำให้หยวนเทียนจ้องไปที่ลู่เฉินทันทีแล้วถามว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่?!”
“ลู่เฉิน!”
ครั้นเอ่ยนามนี้ออกมา คนเหล่านั้นก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอันใดขึ้น พวกเขาเริ่มกระซิบกระซาบกันทันที
“ที่แท้ก็คือเจ้าหัวขโมยผู้ทรยศของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์เรา!”
“ชายคนนี้กล้ามาก คาดไม่ถึงว่าเขากล้ามาหาเรื่องพวกเรา?”
“รอให้ผู้อาวุโสของเราจัดการเขาก่อนเถอะ!”
หยวนเทียนเอ่ยเสียงเย็น “เจ้าคือลู่เฉิน?”
“มีปัญหาอันใด?”
“เช่นนั้นก็ดี ข้าจะจัดการเจ้า!” พูดจบ หยวนเทียนก็กระโจนมาอยู่ตรงหน้าลู่เฉิน ทว่าหลี่ว์ซือไม่มีทางปล่อยให้อีกฝ่ายหลุดรอดไปได้ เขาจึงออกหมัดอีกครา!
ส่งผลให้ร่างของหยวนเทียนกระเด็นลอยไปอีกครั้ง
สิ่งนี้ทำให้หยวนเทียนรู้สึกหงุดหงิด “เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการปกป้องชายผู้นี้?”
“ข้าจะทำทุกอย่างที่เขาขอ” หลี่ว์ซือตอบ
วาจานั้นทำให้หยวนเทียนสงสัยนักว่าลู่เฉินมอบประโยชน์ใดให้หลี่ว์ซือกัน? เหตุใดอีกฝ่ายจึงหมายมั่นที่จะปกป้องลู่เฉินถึงขนาดนี้?
แต่หยวนเ