ทียนคร้านเกินกว่าจะพูดเรื่องไร้สาระ เมื่อความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ลำแสงสีทองก็พลันตัดสุญญะโดยไร้ที่มา มันมุ่งเป้าไปหาลู่เฉินพร้อมกับปากที่เค้นเสียงหึแล้วเอ่ยว่า “ข้าจะคอยดูว่าผู้ใดจะสามารถปกป้องเขาได้!!”
หลี่ว์ซือขมวดคิ้ว เขาก้าวไปขวางอยู่ด้านหน้า ทว่าตัวคนก็ปัดป้องศรสีทองพวกนั้นได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ส่วนที่เหลือยังคงพุ่งไปที่ลู่เฉิน
เจี่ยลัวเห็นเช่นนั้นจึงก้าวขึ้นมา เขากระชับกระบี่ซากศพที่แปลงมาจากต้นไม้ผี แล้วตวัดมันออกไป ส่งปราณกระบี่สายหนึ่งโจมตีศรเงาเหล่านั้นจนกระเด็นออกไปทันที
…ทุกคนต่างไม่คาดคิดว่าเจี่ยลัวจะเป็นยอดฝีมือเช่นกัน!
หนานเหยาที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็รู้สึกหดหู่ใจขึ้นมา “นี่ข้าอ่อนแอที่สุดงั้นหรือ?”
หยวนเทียนจ้องเจี่ยลัวเขม็ง “ซากสวรรค์เจ็ดดาว!”
ซากสวรรค์เจ็ดดาวนั้นเทียบได้กับผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดระดับปลาย ด้วยเหตุนี้เมื่อหยวนเทียนพูดคำนั้นออกมา ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็หวาดกลัวจนเหงื่อแตกพลั่กทันที
ลู่เฉินมองไปที่หยวนเทียนด้วยรอยยิ้มแล้วเอ่ยถามว่า “ต่อดีหรือไม่?”
ทว่าหยวนเทียนไม่กล้าที่จะดำเนินการต่อ เขาถอยหลังไปทีละก้าว ก่อนจะกระโจนหนีจากไปอย่างแตกตื่น
หยวนเทียนหนีไปแล้ว!! เมื่อเห็นเช่นนั้น คนที่เหลืออยู่ต่างก็ตกใจกลัว ก่อนที่พวกเขาจะพากันรีบหนีไปเช่นกัน
บรรดาคนงานเหมืองทยอยกันหนีออกจากเหมืองราวกับหนูสกปรกหนีออกจากรูยามไฟไหม้
เวลานี้เหมืองวิญญาณทั้งเหมืองจึงว่างเปล่าไ