ินไม่ห่าง
…
อีกด้านหนึ่ง หยวนเทียนได้กลับมาถึงสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์แล้ว
ภายในตำหนักแห่งนี้ พวกผู้อาวุโสของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์กำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ลู่เฉินทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในทางที่ดีแก่สำนักเก้าสุขสงบ
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักพฤกษาสวรรค์อย่างลวี่ซ่างเพียวก็อยู่ในหมู่พวกเขาด้วย
ลวี่ซ่างเพียวดูโมโหเป็นที่สุด เพราะลู่เฉินทำลายสำนักพฤกษาสวรรค์ของตน และยามนี้เมื่อมีข่าวจากลู่เฉินมาอีก เจ้าตัวจึงเสนอทันทีว่า “พวกเรานำคนไปทำลายสำนักเก้าสุขสงบกันเถอะ!”
“ถูกต้อง!” ผู้อาวุโสจื่อแห่งสำนักพฤกษาสวรรค์เห็นด้วย
ทว่าพวกผู้อาวุโสของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์กลับมองหน้ากันไปมา ก่อนที่สุดท้ายทุกคนจะพร้อมใจกันหันมองไปทางชายชราคนหนึ่ง
ชายชราผู้นั้นดูทรงพลังยิ่ง ดวงตาคู่นั้นปิดสนิท ใบหน้าสีคล้ำดูผ่ายผอมและมากไปด้วยรอยเหี่ยวย่น ราวกับว่าเขากำลังจะก้าวเข้าไปในโลงศพได้ทุกเมื่อ
ไม่เพียงแค่นั้น ผมสีขาวยังมัดเป็นก้อนเหมือนพวกนักพรตอย่างไรอย่างนั้น
คนผู้นี้คือผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เยว่เซียว!
เยว่เซียวลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เอ่ยว่า “ยังไปทำลายสำนักเก้าสุขสงบไม่ได้”
“เพราะเหตุใด?” ลวี่ซ่างเพียวอารมณ์เสีย
เยว่เซียวจึงตอบกลับไปว่า “เท่าที่ข้ารู้ บรรพชนของสำนักเก้าสุขสงบได้ซ่อนตัวอยู่ในสำนักเก้าสุขสงบ ทว่าเขาไม่เคยปรากฏตัว ดังนั้นเราจำต้องค้นหาให้แน่เสียก่อนว่าอีกฝ่ายอยู่ภา