นั้นตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เช่นเดียวกับคนฝั่งนั้นที่เมื่อได้ยินคำว่าสำนักเก้าสุขสงบ พวกเขาก็พากันมองมา และแม้แต่คนงานขุดแร่ก็พากันมาล้อมเอาไว้!
“สำนักเก้าสุขสงบอยากรนหาที่ตายหรือ?”
“ข้าว่าสำนักเก้าสุขสงบคงจะว่างมาก”
“ช่วงนี้คนของสำนักเก้าสุขสงบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ใช่หรือ?”
“ไม่ว่าจะมีมากหรือน้อย พวกเขาก็ไม่อาจเทียบกับสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราได้!”
…
ในขณะที่คนเหล่านี้กำลังถกเถียงกัน ลู่เฉินก็ได้พูดกับทุกคนที่นั่นว่า “ถ้าเจ้าไม่อยากตาย เช่นนั้นก็รีบออกจากที่นี่ไปเสีย มิฉะนั้นข้าเกรงว่าเจ้าจะออกไปไม่ได้แล้ว!!”
คำพูดเหล่านี้ทำให้คนจำนวนนับไม่ถ้วนหัวเราะเยาะออกมา
บางคนถึงขนาดชี้ไปทางผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดของสำนักแล้วกล่าวว่า “เรามีผู้อาวุโสอยู่ ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องกลัวเจ้า”
“ถูกต้อง ผู้อาวุโสของเราร้ายกาจมาก”
“เขามีรากวิญญาณเก้าดาว แล้วสำนักเก้าสุขสงบของเจ้าล่ะ มีหรือไม่?”
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ชื่นชมผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดคนนี้ แต่ลู่เฉินเพียงมองไปที่หนานเหยาและฉีกยิ้ม “ดูซิว่าเจ้าจะจัดการมันได้หรือไม่”
“ไร้สาระ!” หนานเหยาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป จึงลุกขึ้นยืนและมองไปที่คนคนนั้น
คนผู้นั้นขมวดคิ้วทันที “เจ้ากล้าดีอย่างไร เป็นแค่ผู้ฝึกวิถีภูตผีขั้นหลอมแก่นแท้ แต่กลับกล้ามาหาเรื่องข้า?”
ผู้ฝึกวิถีภูตผี?
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าหนานเหยาผู้นี้จะเป็นผู้ฝึกวิถีภูตผีจริง ๆ แต่หนานเหยาไม่ได้จริงจั