ธิ์ทั้งหมดมาตรวจสอบให้ชัดเจน”
“แหล่งที่มารายได้?” ปิงหลิวหลีตกตะลึง
“พวกเราสำนักเก้าสุขสงบก็จำเป็นต้องใช้ศิลาวิญญาณจำนวนมาก และสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์นี้ ต้องมีรายได้ไม่น้อยเป็นแน่” ลู่เฉินวางแผนคิดจะตัดช่องทางรายได้สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ และเมื่อปิงหลิวหลีได้ฟัง นางก็เป็นอันต้องตกตะลึง! “เช่นนี้จะเป็นการดึงดูดให้คนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์มาก่อความวุ่นวายเป็นแน่”
“ตอนนี้ยังวุ่นวายไม่พอหรือ?” ลู่เฉินเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าปิงหลิวหลีนั้นยังโหดเหี้ยมไม่พอ
ปิงหลิวหลีที่ได้ฟังก็ชะงัก ก่อนจะกล่าวว่า “ถูกอย่างที่ว่า สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ไม่ต้องการให้พวกเราสำนักเก้าสุขสงบมีช่วงเวลาที่ดี เช่นนั้นข้าก็ไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจคนพวกนั้นเช่นกัน!”
“ไปเถิด!”
“อืม ทางข้าจะให้ผู้อาวุโสสูงสุดไป” ปิงหลิวหลีหมุนตัวเพื่อเดินออกไป ส่วนลู่เฉินนั้นยังคงให้ศิษย์คนอื่นเข้ามาประเมินต่อไป
….
เวลาผ่านไปครึ่งวัน ในที่สุดลู่เฉินก็นำพวกหนูสกปรกออกมาจากกลุ่มคนเหล่านี้ได้ และให้คนที่มีปัญหาเหล่านี้ยืนรวมกัน
ผู้ที่ไม่มีปัญหาใด ๆ จึงมองหน้ากัน ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีคนที่ถูกแยกออกมา?
และเพราะแบบนั้น จึงมีหลายคนทีเดียวที่รู้สึกกังวลใจ ถึงขนาดที่มีบ้างคนตะโกนถาม
ลู่เฉินยิ้มกว้าง เขามองไปยังหลี่ว์ซือแล้วเอ่ยว่า “คนพวกนี้ ล้วนเป็นคนจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์!”
หลี่ว์ซือเข้าใจในทันที จึงก้าวออกไปด้านหน้า ในตอนแรกพวกหนูสกปรกเหล่านั้นคิดจะต