ลัน สีหน้าของนางจึงเต็มไปด้วยความสงสัย “นี่คือ”
“ค่ายกล… ที่จะทำให้คนพูดความจริง” ลู่เฉินยิ้ม
“พูดความจริง?”
“ใช่ เพื่อดูว่ายังมีผู้ใดเป็นคนของสำนักอื่น!” เมื่อพูดจบ ลู่เฉินก็ให้ปิงหลิวหลีเปิดประตูตำหนัก
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังให้บรรดาศิษย์ในลานกว้างมาเข้าแถว
คนพวกนี้ไม่เข้าใจว่าลู่เฉินต้องการทำอะไร ดังนั้นบางคนที่มีความสงสัยจึงเริ่มถามออกมา แต่ลู่เฉินเพียงแค่ยิ้มเท่านั้น “มันคือการทดสอบความสามารถ อย่าตื่นเต้นไป”
ทุกคนที่ได้ยินจึงถอนหายใจออกมา จากนั้นจึงเข้าไปในค่ายกลทีละคนแต่โดยดี
ผู้ที่ผ่านการทดสอบ ลู่เฉินจะให้ปิงหลิวหลีบันทึกลงไป ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านนั้น ปิงหลิวหลีก็ให้คนแอบบันทึกเช่นกัน
เช่นนี้ คนเหล่านั้นจึงไม่มีทางรู้ว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นภายใน และต่างก็พากันเข้าไปภายในค่ายกลทีละคน จากนั้นเมื่อเข้าไปครู่หนึ่ง พวกเขาก็ทยอยออกมา
จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา มันก็ถึงคราวของหลันเสี้ยว ผู้ที่มีรากวิญญาณธาตุไฟเก้าดาวผู้นั้น!
เมื่อหลันเสี้ยวเข้าไปยังภายในหมอกหนา เขาก็มองรอบด้านด้วยความแปลกใจ
และขณะนั้น ลู่เฉินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ภายในตำหนักใหญ่ก็กำลังก้มมองหลันเสี้ยวที่เข้ามาด้วยรอยยิ้ม “พูดมาเถิด เหตุใจจึงลงมือกับท่านปู่ของข้า?”
หลันเสี้ยวที่ได้ยินพลันตกใจจนหน้าซีดเผือด เขาคิดจะออกไป แต่แล้วเขาก็ต้องพบว่าตนเองไม่สามารถออกไปจากค่ายกลนี้ได้!
“อย่าสิ้นเปลืองเปล่าเลย!” ลู่เฉินยิ้มเยาะ