เราสามารถเรียนรู้ทักษะที่แข็งแกร่งได้หรือไม่?”
“เพียงแค่อยู่ที่นี่สักช่วงเวลาหนึ่ง ทำผลงานได้ดี ข้าจะเลือกบางคนออกมาเพื่อเรียนรู้ทักษะของข้า แต่ถ้าหากไม่อดทนรอ เช่นนั้นตอนนี้พวกเจ้าก็สามารถออกไปได้เลย” จบวาจานี้ของลู่เฉิน ผู้คนที่ฟังต่างก็ครุ่นคิดอย่างหนัก
“ออกไปตอนนี้ …ยังทัน” ลู่เฉินกล่าวกระตุ้นอีกครั้ง
บางคนที่ไม่มีใจจะอดทนรอก็เดินออกไปทันที
จากนั้นลู่เฉินจึงเผยยิ้มกว้าง “ในเมื่อพวกเจ้าที่เหลือคิดอยู่ต่อ เช่นนั้นพวกเจ้าก็จำต้องถูกประเมินใหม่!”
“ประเมิน?” ทุกคนมองหน้ากัน
ลู่เฉินขานรับ “ใช่ เพราะสุดท้ายแล้ว ต่อไปสำนักเก้าสุขสงบของเราจะกลายเป็นสำนักใหญ่ ที่ผู้ใดก็ไม่สามารถเข้าร่วมได้ง่าย ๆ!”
วาจาประโยคนี้ของชายหนุ่มทำให้ทุกคนโดยรอบต่างเห็นด้วย!
ขณะนั้นเอง ปิงหลิวหลีพลันขมวดคิ้วมุ่น ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม และเมื่อได้ระยะ นางก็พลันถามทันที “เจ้าจะประเมินเช่นไร?”
คนอื่นต่างก็อยากรู้เช่นกัน ทว่าลู่เฉินกลับยิ้มพลางจ้องมองไปยังตำหนักใหญ่ “ข้าจะจัดค่ายกลพิเศษที่ตำหนักใหญ่”
“ค่ายกลพิเศษ?” ปิงหลิวหลีไม่ค่อยเข้าใจนัก
ทว่าลู่เฉินไม่ตอบ เขาเพียงเข้าไปภายในตำหนักพร้อมนาง ก่อนจะสั่งให้ปิงหลิวหลีปิดประตู จากนั้นชายหนุ่มจึงนำบางอย่างออกมาเพื่อจัดวางค่ายกล
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม ค่ายกลอย่างง่ายค่ายหนึ่งก็ปรากฏออกมา
เมื่อปิงหลิวหลีเห็นว่าภายในตำหนักแห่งนี้เต็มไปด้วยหมอกหนาที่เกิดขึ้นอย่างฉับพ