ามที่รับปาก
ดังนั้นคนเหล่านั้นจึงเข้าร่วมกลุ่มประท้วง และขอให้สำนักเก้าสุขสงบอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น
และยิ่งมันบานปลาย ก็คล้ายกับว่าคนพวกนี้พร้อมจะบุกโจมตีสำนักเก้าสุขสงบอย่างไรอย่างนั้น!
ยามนี้เอง ลู่เฉินพลันเดินออกมา “ทำอันใดกัน?”
เมื่อเห็นลู่เฉิน ศิษย์สำนักเก้าสุขสงบผู้หนึ่งก็พลันพูดอย่างตื่นเต้นว่า “บุตรศักดิ์สิทธิ์ บุตรศักดิ์สิทธิ์กลับมาแล้ว!”
แต่ผู้ที่สร้างปัญหากลับมองอย่างดูหมิ่น
“นี่คือบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้างั้นหรือ?”
”ที่แท้ก็เขานี่เอง”
”รู้จักหรือ?”
“หัวขโมยที่ขโมยวิชาสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ถูกกำจัดและขับออกจากสำนัก”
”ที่แท้ก็คนผู้นี้!”
ยามนั้นลู่เฉินถูกคนจำนวนมากดูหมิ่น ซึ่งเพียงแค่กวาดตามอง ชายหนุ่มก็รู้ได้ในทันทีว่าคนที่มาสร้างปัญหาพวกนี้ไม่ใช่คนที่เขารู้จักในแดนวิญญาณ
ทว่ายังไม่ทันที่ลู่เฉินจะได้พูดอันใด หนานเหยาที่อารมณ์เสียก็ชิงกล่าวขึ้นมาเสียก่อน!
เพราะไม่ว่าอย่างไร ลู่เฉินก็นับเป็นอาจารย์ของนาง และยามนี้เมื่อมีคนบอกว่าอาจารย์ของนางขโมยของและถูกไล่ออกจากสำนัก มีหรือที่นางจะยอมได้?! “เจ้าน่ะสิหัวขโมย บิดามารดาและปู่ย่าของพวกเจ้าทั้งโคตรน่ะสิที่เป็นหัวขโมย!”
“แม่นาง เขาเป็นหัวขโมยจริง ๆ นะ ถ้าไม่เชื่อข้า เจ้าก็ไปถามคนแถวนั้นได้!” หนึ่งในนั้นพูดอย่างภาคภูมิใจ
ส่วนคนอื่นก็กล่าวเสริมว่าลู่เฉินเป็นหัวขโมยจริง ๆ
คำพูดเหล่านั้นทำให้หนานเหยาโกรธจัด นางคิดจะลงไม้ลงมือ ทว่าลู