่เฉินกลับคว้าแขนของนางไว้ “ไม่ต้องรีบร้อน ข้าต้องการค้นที่มาของพวกเขาก่อน”
“ค้นที่มาของพวกเขา?” หนานเหยางงงวย
ลู่เฉินไม่ตอบ เขาเพียงมองไปที่กลุ่มคนซึ่งอยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ที่เป็นผู้นำในการสร้างปัญหาครานี้ “ใครขอให้พวกเจ้ามาสร้างปัญหา?”
ผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้เหล่านี้ไม่รู้ว่าลู่เฉินพูดอะไร ก่อนจะเป็นชายหนุ่มขั้นหลอมแก่นแท้ระดับสมบูรณ์พร้อมที่พูดด้วยรอยยิ้มว่า “สำนักเก้าสุขสงบไม่สามารถสนับสนุนศิษย์ได้ เช่นนี้เจ้าจึงคิดโทษพวกเราที่สร้างปัญหาหรือ?”
บางคนที่ไม่รู้ความจริงก็โห่ร้องทันที
เพราะหากสำนักไม่ให้ทรัพยากรสำหรับการฝึกฝน เช่นนั้นแล้วการเข้าร่วมสำนักนี้จะมีความหมายอันใด?
ดังนั้นผู้คนจำนวนมากจึงเริ่มโห่
โดยเฉพาะผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้กลุ่มนั้น
ลู่เฉินมองชายคนนั้นด้วยรอยยิ้ม “เจ้ามีนามว่าอันใด?”
”ข้าหรือ? นามข้าคือหลัวลี่” ชายหนุ่มยิ้ม
”เจ้ารู้ผลของการล่วงเกินสำนักเก้าสุขสงบหรือไม่?” คำพูดของลู่เฉินทำให้ชายที่ชื่อหลัวลี่หัวเราะเย็นชา “อันใดนะ? เจ้าขู่ข้างั้นหรือ?”
”ไม่ได้ขู่ ข้าแค่อยากให้เจ้ารู้ว่ามันมีราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการสร้างปัญหา!” ลู่เฉินมองไปที่หลัวลี่ด้วยรอยยิ้ม
แต่หลัวลี่กลับหัวเราะเยาะลู่เฉินหนักกว่าเดิม “ราคาหรือ? อย่างเจ้านี่นะ?”
ทันทีที่สิ้นเสียง หลี่ว์ซือก็พลันชกเขาขึ้นไปกลางอากาศ ทำให้ตัวคนกระเด็นออกไป
ทุกคนพลันตกตะลึง
เพราะหลี่ว์ซือไม่มีพลังปราณหลุดรอดออกมาแม้แต่น