บทที่ 139 หลังจากแปลงร่างเป็นมนุษย์ นิสัยของสตรีผู้นี้ก็เปิดเผยมากขึ้น
ชิวเอ้อที่อยู่ข้างหน้ารออยู่ที่นั่นนานแล้ว แต่จู่ ๆ เมื่อเห็นลู่เฉินพาสาวงามออกมา เขาก็ต้องตกตะลึง “ผู้อาวุโส นี่คือ…”
“ข้าเป็นลูกศิษย์ของเขา ลู่เหยา” หนานเหยายิ้ม
ลู่เฉินตกตะลึง “เจ้าเปลี่ยนแซ่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“ท่านไม่ใช่ห้ามให้คนอื่นรู้ฐานะของข้าหรือ? ข้าเลยเปลี่ยนไปใช้แซ่เดียวกับท่านแทน” หนานเหยายิ้มอย่างพึงพอใจ
ลู่เฉินที่ได้ยินก็ไม่รู้จะพูดอันใด เขาได้แต่มองไปที่ชิวเอ้อ “ไปกันเถอะ”
ชิวเอ้อไม่เข้าใจว่าสตรีคนนี้ออกมาได้อย่างไร แต่ก็ไม่กล้าถามมากกว่านี้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ออกจากที่แห่งนี้ไปด้วยกัน
…
เมื่อมาถึงตีนเขา พวกเขาก็เดินจากไป
แต่ทว่าไกลออก ได้ไปมีเงาร่างของสตรีคนหนึ่งที่มีไอภูตผีล้อมรอบอยู่ และในขณะนี้นางกำลังนั่งขัดสมาธิเพื่อพักผ่อนเหมือนครั้งก่อน ๆ
แต่ผู้ใดจะรู้ว่าทันทีที่กลิ่นอายของลู่เฉินและพวกปรากฏขึ้น….
หญิงสาวก็ลืมตาขึ้นทันที นางรู้สึกแปลก ๆ อยู่ในใจ พึมพำเสียงเบาว่า “คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะไม่ตาย?”
แต่สตรีคนนั้นไม่กล้าปรากฏตัวต่อหน้าลู่เฉิน นางเพียงหายตัวไปเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นแก่หัวหน้าหมู่บ้าน
ลู่เฉินมองไปที่ชิวเอ้อ “หมู่บ้านแห่งนี้… เจ้ายังอยากอยู่ต่อหรือไม่?”
”ข้า ข้าไม่กล้าแล้ว” ชิวเอ้อผู้นี้กลัวว่าจะถูกแก้แค้น ดังนั้นเขาจึงไม่คิดกลับมา ส่วนลู่เฉินก็รู้ว่าตนกำลังจะไปจากที่นี่ และไม่อาจอ