ยู่ดูอีกฝ่ายได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงพูดว่า “เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ ”
ชิวเอ้อตอบรับว่า “ขอรับ”
เมื่อหนานเหยากำลังจะถามว่าสถานที่นี้อยู่ที่ไหน ลู่เฉินก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อนว่า “พูดให้มันน้อย ๆ หน่อย”
หนานเหยาที่ไม่มีทางเลือกจึงได้แต่ปิดปากและหัวเราะคิกคักเงียบ ๆ คนเดียว
…
ผู้พิทักษ์หญิงของหมู่บ้านมายังห้องลับที่กุ๋ยจิ่วเทียนใช้ฝึกฝน นางรายงานว่า “ท่านหัวหน้า เขารอดออกมาได้แล้วเจ้าค่ะ”
“อันใดนะ ยังไม่ตายงั้นหรือ?” กุ๋ยจิ่วเทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“ไม่ใช่แค่ไม่ตาย แต่ยังมีสตรีเพิ่มมาอีกคนหนึ่งเจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยสิ่งที่ตนเองสงสัยออกมา ทำให้กุ๋ยจิ่วเทียนยิ่งฉงนเข้าไปใหญ่ “มีสตรีเพิ่มมาคนหนึ่ง?”
“ใช่เจ้าค่ะ!”
หลังได้ยินเช่นนั้น กุ๋ยจิ่วเทียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใด?”
“เดาว่ากำลังจะไปจากที่นี่” หญิงสาวตอบ
กุ๋ยจิ่วเทียนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ไปก็ดี”
“ท่าจะปล่อยเขาไปงั้นหรือ?”
“เจ้ามีความสามารถจัดการกับเขาหรือไม่เล่า?” กุ๋ยจิ่วเทียนถามกลับ ซึ่งหญิงสาวก็ทำได้เพียงส่ายหัว “ข้าทำไม่ได้”
”ถ้าอย่างนั้นก็อย่าไปยุ่งกับเขาจะดีกว่า” หลังจากที่กุ๋ยจิ่วเทียนพูดจบ เขาก็ขอให้สตรีคนนั้นหันมาจัดการเรื่องในหมู่บ้าน และยังออกคำสั่งให้กระจายประกาศแก่คนในหมู่บ้านว่าห้ามยุ่งกับลู่เฉินเด็ดขาด!
หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนที่นางจะออกไปจากห้องลับเพื่อทำตามคำสั่งที่ได้รับมา
….
หลั