ลั่งไคล้เต๋าไม่รู้ว่าหนานเหยากำลังพูดอันใด
ส่วนลู่เฉิน เขามองไปที่ผู้คลั่งไคล้เต๋า ปากก็กล่าวขอตัว “หากไม่มีอันใดแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ”
จากนั้นชายหนุ่มก็มองไปที่หลี่ว์ซือและหนานเหยา ก่อนจะออกจากที่นี่ด้วยกัน
ทว่ามีหรือที่ผู้คลั่งไคล้เต๋าจะยอมแพ้และล้มเลิก? โดยสันดานแล้วเขาเป็นคนที่ดื้อรั้นยิ่ง ดังนั้นถ้ายังหาคำตอบไม่ได้ เขาก็จะทู่ซี้ติดตามต่อไป!
ว่าแล้วผู้คลั่งไคล้เต๋าก็ได้ติดตามไปไม่ห่าง โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าตนจะต้องหาผีสาวตนนั้นให้เจอให้ได้!!!
หลี่ว์ซือสัมผัสได้ถึงผู้ที่ติดตามมาด้วยความรู้สึกกลัดกลุ้มใจ “ผู้ชายคนนี้ช่างดื้อรั้นจริง ๆ”
”ไม่ต้องสนใจเขา”
หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็ไม่ได้พูดอันใดอีก ในขณะที่หนานเหยากล่าวล้อเลียนผู้คลั่งไคล้เต๋าเป็นครั้งคราว “นักพรต ถ้าเจ้าติดตามพวกเราแบบนี้ คนอื่นจะคิดว่าเจ้ากำลังวางแผนไม่ดีบางอย่างนะ”
แน่นอนว่าผู้คลั่งไคล้เต๋าย่อมไม่สนใจคำพูดเหล่านั้น เขาเพียงเดินติดตามมาอย่างเงียบ ๆ
สถานการณ์เป็นเช่นนั้นจนกระทั่งเข้าวันที่สอง วันที่ลู่เฉินกลับมาถึงพื้นที่อยู่อาศัยในเขตที่หนึ่ง และได้พบโจวกัง
แต่ครานี้โจวกังกลับมีท่าทีเศร้าใจ “เดือนกว่าแล้ว แต่ข้ายังหาเป้าหมายใหม่ไม่ได้เลย!”
ลู่เฉินรู้ดีว่าอีกสิบเอ็ดคนสุดท้ายหายากที่สุด ดังนั้นเขาจึงไม่คิดมาก และพูดว่า “แต่เดิมนั้นธาตุลม สายฟ้า ความมืด และแสงระดับเจ็ดดาว แปดดาว และเก้าดาวนั้นยากที่สุด ซึ่ง