การเจอสองคนก่อนหน้านี้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว”
โจวกังรู้สึกกลัดกลุ้มใจ “ลม สายฟ้า ความมืด และแสงหายากจริงดั่งว่า แต่รากวิญญาณไฟเก้าดาว ข้าเองก็ยังหาไม่พบ!”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ลู่เฉินก็ก้มมองตนเองแล้วครุ่นคิด
จากบรรดารากวิญญาณที่ขาด ธาตุลม สายฟ้า ความมืด และแสงคุณภาพแปดดาวกับเก้าดาวขาดอีกแปดอัน ส่วนธาตุลม และสายฟ้าคุณภาพเจ็ดดาวนั้นขาดอีกสอง รวมทั้งรากวิญญาณเพลิงคุณภาพเก้าดาวในตอนนี้ ก็ครบสิบเอ็ดพอดี
ทว่าลู่เฉินไม่ได้ท้อแท้ เขาแค่พูดว่า “ออกจากแดนวิญญาณ ไปหาข้างนอกกันเถิด”
“ออกจากแดนวิญญาณ?” ดวงตาของโจวกังเป็นประกายทันที
”โลกภายนอกนั้นค่อนข้างใหญ่ และที่นี่ก็เป็นเพียงสถานที่เล็ก ๆ เท่านั้น” ลู่เฉินอธิบาย ส่วนโจวกังก็พูดอย่างมีความสุขทันทีเมื่อได้ยิน “ดียิ่ง เช่นนั้นข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”
ทว่าลู่เฉินกลับตะโกนขึ้นหลังจากที่อีกฝ่ายลุกขึ้น “ไม่ต้องรีบร้อนไป ข้ายังพูดไม่จบ”
”เช่นนั้นเชิญกล่าวต่อ” โจวกังอยากออกจากสถานที่แปลกประหลาดนี้ใจจะขาด เขาจึงแทบจะกระโจนออกไป แต่เมื่อลูเฉินตะโกนเรียก เขาก็จำต้องหยุดชะงักลงอย่างเขอะเขิน
”หากมีข่าวใด ก็จงส่งข่าวไปที่ท่านหมอฉินแห่งสำนักเก้าสุขสงบ”
”ขอรับ!” หลังจากโจวกังพูดจบ เขาก็วิ่งหนีจากไป
ลู่เฉินทำได้เพียงส่ายหัวอย่างจนปัญญากับภาพตรงหน้า ทว่าเขายังไม่ได้จากไปทันที ทั้งยังตั้งท่าราวกับว่ากำลังรอใครซักคน
สิ่งนี้ทำให้หนานเหยาสงสัย “ท่านอาจารย์ ท่านจะไม่ไปแล