ั่น เหตุใดเจ้าจึงไปปลูกมันไว้ที่แห่งนั้น!”
ซึ่งวาจานี้ก็ทำให้ชายคนนั้นรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย “ข้าเป็นผู้ปกครองหมู่บ้านแห่งนี้… เจ้ากล้าดีอย่างไรมาพูดเช่นนี้กับข้า?”
”เพราะแม้ว่าเจ้าจะทรงพลัง ทว่าที่น่าตลกก็คือค่ายกลโดยรอบนี้ไม่ได้แค่เพียงป้องกันภัยภายนอกเท่านั้น หากแต่มันยังกดพลังของเจ้าเอาไว้ด้วย!” ลู่เฉินยิ้ม
“กดพลังของข้าหรือ?” ชายคนนั้นพลันงุนงง
ลู่เฉินมองไปที่สตรีคนนั้นและยิ้มออกมา “เมื่อครู่นี้นางเปิดใช้งานค่ายกลของหมู่บ้าน ซึ่งมันก็ได้ดึงดูดไอภูตผีจำนวนมากมาในที่แห่งนี้”
”แล้วสิ่งนี้เกี่ยวข้องอะไรกับการกดพลังข้า?” ชายคนนั้นสับสนกับสิ่งที่ลู่เฉินพูด ทว่าลู่เฉินที่ฉีกยิ้มก็พลันเฉลยแง้มพรายบางสิ่งออกมาเล็กน้อย “เป็นเพราะข้า …ได้แก้ไขค่ายกลรอบ ๆ นี้ไว้เล็กน้อย”
“เจ้าทำอันใดลงไป?” ชายคนนั้นยังไม่เข้าใจ
“หลังการปรับแก้ …ตราบใดที่ข้าต้องการ ข้าสามารถเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ ค่ายกลภูตผีนี้ได้ แต่เจ้าจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าอยู่ที่ใด นอกจากนี้ข้ายังสามารถทำให้ความเข้มข้นของไอภูตผีในที่นี่ถึงจุดที่เจ้าไม่กล้าอยู่อีกต่อไปได้!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายคนนั้นก็รู้สึกว่ามันไร้สาระ และพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ข้ากุ๋ยจิ่วเทียน ไม่มีทางเชื่อ!”
”กุ๋ยจิ่วเทียน? นับเป็นนามที่ดี แต่ข้าไม่รู้ว่า… เจ้าจะกล้าลองจริง ๆ หรือไม่?” ลู่เฉินมองเขาด้วยรอยยิ้ม
”เจ้าก็ลองดูสิ!” หลังจากที่กุ๋ยจิ้วเทียนพูดจบ เขาก็ตบไปกลางสุ