หาแหล่งกำเนิดค่ายกลได้ และนางก็ทำได้เพียงพูดอย่างกระวนกระวายใจว่า “หัวหน้าหมู่บ้าน!”
กุ๋ยจิ่วเถียนโกรธจัดทันที “ไอ้หนุ่ม เจ้าต้องการทำอันใดกันแน่!”
”มาคุยกันเรื่องต้นไม้ภูตผีกันเถอะ!” ลู่เฉินหัวเราะ
“เจ้า!” กุ๋ยจิ่วเทียนกัดฟัน ส่วนสตรีคนนั้นก็ขู่ว่า “ข้าแนะนำให้เจ้าสนใจเรื่องของตัวเองจะดีกว่า มิฉะนั้นเจ้าจะตายโดยไม่รู้ตัวเอา!”
ลู่เฉินยิ้ม “โอ้? ยังกล้าขู่ข้าอีกหรือ?”
หลังพูดจบ ไอภูตผีรอบด้านก็หนาแน่นขึ้นมาอีกครั้ง
กุ๋ยจิ่วเทียนตกใจกลัวทันที รีบตะโกนว่า “ข้าจะพูด!”
หลังจากพูดจบ ไอภูตผีก็สลายไปในพลัน ก่อนที่หญิงสาวลึกลับจะกล่าวอย่างกระวนกระวายใจว่า “ท่านหัวหน้า หากเบื้องบนรู้ว่าเราเปิดเผยความลับ พวกเราได้จบเห่แน่…!”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ตายอยู่ที่นี่ เจ้าเต็มใจหรือไม่?” กุ๋ยจิ่วเทียนเริ่มหดหู่
หลังได้ยินคำตอบเช่นนั้น หญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็พลันพูดไม่ออก
ส่วนลู่เฉินที่ได้ยินทั้งหมดนี้ก็พึมพำเบา ๆ “เบื้องบน? หรือว่ามีผู้ที่มีอำนาจอยู่เบื้องหลังคนเหล่านี้?”
ยามนี้เอง กุ๋ยจิ่วเทียนพลันกล่าวว่า “ข้ายอมบอกเจ้าได้ แต่เจ้าต้องสัญญาว่าห้ามบอกคนนอกว่าข้าบอกเจ้า มิฉะนั้น พวกเราจะตายอย่างอนาถ!”
“ตกลง เจ้าพูดมาเถิด!” ลู่เฉินพยักหน้ารับปาก
กุ๋ยจิ่วเทียนจึงเร่งอธิบายว่า “ต้นไม้ผีนี้ต้องการซากศพจำนวนมากเพื่อรวบรวมและกลั่นออกเป็นผลวิญญาณทมิฬ และในแดนวิญญาณก็มีซากศพอยู่มากมาย ดังนั้นเราจึงขนย้ายศพจากร