้เต๋าคนนั้นนี่จริง ๆ เลย!”
“เดาว่าเจ้าหนุ่มคนนั้นคงถูกภูตผีสิงอยู่กระมัง?”
”ไร้สาระ สงสัยนู่นสงสัยนี่ทุกวัน!”
“แต่ข้าได้ยินมาว่าเขาช่วยกำจัดภูตผีให้คนมากมายเชียวนะ!”
”ข้าก็ได้ยินมาว่านักพรตผู้นี้ทรงพลังมาก!”
…
ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกัน ลู่เฉินกลับพูดกับผู้คลั่งไคล้เต๋าในชุดนักพรคนนั้นว่า “ท่านนักพรต ข้าแนะนำให้สนใจเรื่องของตัวเองเถิด มิฉะนั้นท่านจะเสียใจ!”
“ข้าว่า… ท่านถูกภูตหลอกลวงเข้าแล้ว ข้าควรปลุกท่านเสียหน่อย!” ผู้คลั่งไคล้เต๋าหยิบยันต์สีเหลืองออกมาและบรรจุพลังเข้าไปทันที ก่อนที่ยันต์นั้นจะกลายเป็นเปลวไฟสีทองแล้วทะยานไปหาชายหนุ่ม
ทว่าขณะเดียวกันนั้นเอง หลี่ว์ซือก็ได้รีบเข้าไปขวางหน้าลู่เฉินพลางชกเปลวไฟ ทำให้มันแตกกระจายเป็นเป็นเถ้าธุลีลอยเคว้งกลางอากาศ
การกระทำเช่นนี้ทำให้ทุกคนต่างสงสัยว่าหลี่ว์ซือคือผู้ใดกัน? เหตุใดถึงแข็งแกร่งมากแม้ไม่มีพลังปราณเล็ดลอดออกมาเลย!!!
ไม่ใช่แค่คนเหล่านั้น ทว่าผู้คลั่งไคล้เต๋ายังมองไปที่หลี่ว์ซืออย่างสงสัย “แม้ว่าเจ้าไม่ได้ถูกภูตผีเข้าสิง แต่ก็มีพลังแปลก ๆ ในร่าง ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับภูตผี!”
ทว่าหลี่ว์ซือหาได้สนใจ เขาตอบกลับไปว่า “เจ้าไปเสียเถิด ไม่เช่นนั้นหากข้าลงมือ เกรงว่าเจ้าจะรับไม่ไหว!”
”แต่เจ้าไม่มีแม้แต่พลังปราณ!”
”ข้าเป็นผู้ฝึกกายเนื้อของสำนักไร้สุญญะ” คำพูดของหลี่ว์ซือทำให้ทุกคนอุทานออกมา แม้แต่ผู้คลั่งไคล้เต๋ายังขมวดคิ้วแน่น “แม้ว่าเจ้า