องลู่เฉินได้ถอยออกไปแล้ว และในฉับพลันนั้น… ชายหนุ่มก็ได้ใช้เคล็ดทลายอักขระเพื่อปลดผนึกอักขระยันต์โดยรอบ!
เพียงไม่นาน ภูเขาลูกนี้ก็พลันถล่มลงมาเองโดยไม่ต้องทำอันใด
ตู้ม!
แมวตัวนั้นเป็นอิสระทันที มันทะยานออกมาจากแผ่นหิน ขณะที่จิตวิญญาณของลู่เฉินก็กลับเข้ามาในร่างของเขา
และในจังหวะนั้นเอง เจ้าแมวแสนกระตือรือร้นตัวนั้นก็ไม่รอช้า มันทะยานผ่านสุญญะจนเกิดเสียงดัง ‘สวบ’ ทิ้งไว้เพียงเงาจาง ๆ ของร่างที่หายวับไปต่อหน้าต่อตาลู่เฉิน!
ลู่เฉินที่เห็นพลันยิ้มอย่างขมขื่น “แมวมารมายา มันช่างรวดเร็วดังคาด!”
ทว่าลู่เฉินเองก็ทราบดีเช่นกันว่าเพราะแมวตัวนี้ถูกผนึกไว้นานเกินไป ความแข็งแกร่งของมันในยามนี้มากสุดก็อยู่ในขั้นก่อกำเนิดของมนุษย์เท่านั้น
และหากแบ่งตามลำดับของพวกอสูรมาร ก็อาจนับได้ว่ามันคืออสูรสวรรค์ระดับห้าดาว และอาจแข็งแกร่งได้มากกว่านี้!
เมื่อทะยานร่างกลับมา เจ้าแมวที่ลอยตัวอยู่ก็พลันก้มมองลู่เฉิน มันใช้สายตาจ้องเขม็งมองชายหนุ่ม ปากก็กล่าวว่า “เป็นอย่างไร? ข้าร้ายกาจสินะ!”
”ก็พอได้!”
“ก็พอได้? เจ้านี่มันตาต่ำจริง ๆ!” เจ้าแมวที่ได้ฟังเช่นนั้นรู้สึกหงุดหงิดใจ เพราะครั้งหนึ่งมันเคยปกครองแดนมาร แต่ตอนนี้มันกลับถูกมนุษย์ตัวจ้อยดูแคลน!
”เอาล่ะ ๆ เจ้าจงบอกมาว่าเจ้ามีความสามารถอะไรบ้าง” ลู่เฉินจ้องเขม็งไปที่แมวตัวนั้น
และเพื่อให้ลู่เฉินเคารพตัวมัน เจ้าแมวจึงยืดอก ก่อนจะกล่าวอย่างภูมิใจว่า “ข้ามีความสา